ฉีดสีดูท่อนำไข่ ตรวจภาวะมีบุตรยาก เพิ่มโอกาสตั้งครรภ์และดูแลโพรงมดลูกอย่างตรงจุด
ศูนย์ : ศูนย์นครธน กิฟท์ เฟอร์ทิลิตี้
บทความโดย : นพ. องอาจ บวรสกุลวงศ์
สำหรับคู่รักที่พยายามปล่อยมีบุตรตามธรรมชาติมานานเกิน 1 ปีแต่ยังไม่ประสบความสำเร็จ การตรวจภาวะมีบุตรยาก ถือเป็นขั้นตอนสำคัญในการหาสาเหตุที่ซ่อนอยู่ หนึ่งในสาเหตุหลักของผู้หญิงคือภาวะท่อนำไข่อุดตัน ซึ่งทำให้ไข่และอสุจิไม่สามารถปฏิสนธิกันได้ การฉีดสีดูท่อนำไข่ หรือ Hysterosalpingography (HSG) จึงเป็นวิธีการตรวจทางรังสีวินิจฉัยที่แม่นยำ ช่วยประเมินสภาพโพรงมดลูก ท่อนำไข่ และเปิดโอกาสในการรักษาภาวะมีบุตรยาก ได้อย่างตรงจุด หากคุณกำลังเผชิญปัญหามีบุตรยาก การทำความเข้าใจขั้นตอน ข้อดี และการเตรียมตัวจะช่วยให้คุณมั่นใจและพร้อมเข้ารับการตรวจมากยิ่งขึ้น
สารบัญ
- การฉีดสีดูท่อนำไข่ (HSG) คืออะไร และช่วยตรวจภาวะมีบุตรยากได้อย่างไร?
- ทำไมสารทึบรังสีแบบน้ำมัน ถึงช่วยเพิ่มโอกาสตั้งครรภ์ได้มากกว่า?
- ใครบ้างที่ควรเข้ารับการฉีดสีดูท่อนำไข่?
- ขั้นตอนการฉีดสีดูท่อนำไข่ และการเตรียมตัวก่อนตรวจ
- ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นหลังการตรวจหลังจากการ ฉีดสีดูท่อนำไข่
- คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการฉีดสีดูท่อนำไข่ (FAQ)
- ปรึกษาปัญหาสุขภาพ ไม่เสียค่าใช้จ่าย
การฉีดสีดูท่อนำไข่ (HSG) คืออะไร และช่วยตรวจภาวะมีบุตรยากได้อย่างไร?
การ ฉีดสีดูท่อนำไข่ หรือ Hysterosalpingography (HSG) คือเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ใช้สำหรับตรวจวินิจฉัยโพรงมดลูกและท่อนำไข่ทั้งสองข้าง โดยแพทย์จะทำการฉีดสารทึบรังสีที่มีส่วนประกอบของไอโอดีนเข้าทางปากมดลูก เพื่อให้สารไหลผ่านไปยังโพรงมดลูกและท่อนำไข่ จากนั้นจะทำการถ่ายภาพเอกซเรย์เพื่อดูโครงสร้างภายนอกและภายใน
การตรวจนี้มีเป้าหมายหลักในการประเมินสาเหตุของการ ตรวจภาวะมีบุตรยาก ดังนี้
- ตรวจรูปร่างโพรงมดลูกว่ามีโครงสร้างผิดปกติ ติ่งเนื้อ หรือพังผืดหรือไม่
- ตรวจเช็กท่อนำไข่ ประเมินว่าท่อนำไข่มีการตีบตัน บิดเบี้ยว หรืออุดตันหรือไม่
ทำไมสารทึบรังสีแบบน้ำมัน ถึงช่วยเพิ่มโอกาสตั้งครรภ์ได้มากกว่า?
ในการฉีดสีดูท่อนำไข่ แพทย์จะเลือกใช้สารทึบรังสี (Contrast Medium) ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 ชนิดหลักๆ คือ สารทึบรังสีแบบละลายน้ำ และ สารทึบรังสีแบบละลายในน้ำมัน งานวิจัยทางการแพทย์เปรียบเทียบพบว่า การฉีดสีดูท่อนำไข่ โดยใช้สารทึบรังสีแบบน้ำมัน สามารถช่วยกระตุ้นและเพิ่มอัตราการตั้งครรภ์ได้มากกว่าชนิดละลายน้ำ
ใครบ้างที่ควร เข้ารับการฉีดสีดูท่อนำไข่?
หากคุณเข้าข่ายข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ แพทย์อาจแนะนำให้เข้ารับการ ตรวจภาวะมีบุตรยาก ด้วยวิธีการ ฉีดสีดูท่อนำไข่ ได้แก่
- ผู้ที่พยายามมีบุตรมาเกิน 1 ปี แต่ยังไม่ตั้งครรภ์
- ผู้ที่มีประวัติการติดเชื้อในอุ้งเชิงกราน หรือปีกมดลูกอักเสบ ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดพังผืดและท่อนำไข่ตัน
- ผู้ที่เคยเข้ารับการผ่าตัดในช่องท้อง เช่น ผ่าตัดไส้ติ่ง หรือผ่าตัดเนื้องอกมดลูก
- ผู้ที่มีประวัติโรคเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ หรือ ช็อกโกแลตซีสต์
- ผู้ที่มีอาการปวดท้องน้อยอย่างรุนแรง หรือประจำเดือนมามากกว่าปกติ
- ผู้ที่เคยผ่านมีประวัติการทำแท้งมาก่อน หรือผู้ที่เคยทำหมันแล้วต้องการต่อหมัน
ข้อควรระวัง: ผู้ที่กำลังตั้งครรภ์ มีการติดเชื้อในอุ้งเชิงกรานระยะรุนแรง หรือมีประวัติแพ้สารทึบรังสีอย่างรุนแรง ไม่ควรรักษาด้วยวิธีนี้
ขั้นตอนการฉีดสีดูท่อนำไข่ และการเตรียมตัวก่อนตรวจ
ขั้นตอนการ ฉีดสีดูท่อนำไข่ ไม่น่ากลัวอย่างที่คิด และใช้เวลาเพียงไม่นาน โดยมีรายละเอียดดังนี้
-
ช่วงเวลาที่เหมาะสมในการตรวจ
ควรเข้ารับการตรวจใน วันที่ 7–12 หลังมีประจำเดือนวันแรก (นับวันแรกที่ประจำเดือนมาเป็นวันที่ 1) และต้องมั่นใจว่าไม่ได้ตั้งครรภ์ พร้อมงดการมีเพศสัมพันธ์ตั้งแต่ประจำเดือนวันแรกจนถึงวันตรวจ
-
การเตรียมตัวก่อนวันตรวจ
- แพทย์อาจให้ทานยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs เช่น Ibuprofen 400-600 มิลลิกรัม ก่อนตรวจประมาณ 1 ชั่วโมง เพื่อลดอาการปวดหน่วง
- แจ้งประวัติการแพ้สารทึบรังสีหรืออาหารทะเลให้แพทย์ทราบล่วงหน้า
- หลีกเลี่ยงการสวมใส่เครื่องประดับหรือโลหะในวันตรวจ
-
ขั้นตอนขณะตรวจ (ใช้เวลาเพียง 10-15 นาที)
- คนไข้ขึ้นนอนบนเตียงตรวจขาหยั่ง
- แพทย์ทำความสะอาดบริเวณปากมดลูก และสอดท่อขนาดเล็กผ่านปากมดลูก
- ค่อยๆ ค่อยปล่อยสารทึบรังสีเข้าไป และทำการถ่ายภาพเอกซเรย์ (X-Ray)
- คนไข้อาจรู้สึกปวดหน่วงๆ เล็กน้อยคล้ายปวดประจำเดือน
ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นหลังการตรวจหลังจากการ ฉีดสีดูท่อนำไข่
อาจพบผลข้างเคียงเล็กน้อยซึ่งเป็นเรื่องปกติ ดังนี้
- เลือดออกกะปริดกะปรอย อาจเกิดขึ้นได้เล็กน้อยและมักจะหายไปเองภายใน 24 ชั่วโมง
- อาการปวดหน่วง พบได้บ่อยในผู้ที่มีภาวะท่อนำไข่อุดตัน แต่อาการจะค่อยๆ ดีขึ้น
- ความเสี่ยงติดเชื้อ พบน้อยมาก เนื่องจากอุปกรณ์ทุกชิ้นผ่านการฆ่าเชื้อตามมาตรฐานทางการแพทย์
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการฉีดสีดูท่อนำไข่ (FAQ)
1:การฉีดสีดูท่อนำไข่ เจ็บมากไหม?
ตอบ: ความรู้สึกขณะตรวจจะคล้ายกับอาการปวดหน่วงประจำเดือน หากทานยาแก้ปวดล่วงหน้าตามคำแนะนำของแพทย์ จะช่วยลดความเจ็บปวดลงได้มาก และการตรวจใช้เวลาสั้นๆ เพียงประมาณ 10 นาทีเท่านั้น
2:ตรวจฉีดสีดูท่อนำไข่แล้ว สามารถปล่อยมีลูกได้ทันทีเลยไหม?
ตอบ: สามารถปล่อยมีบุตรได้ตามธรรมชาติในรอบเดือนถัดไปได้ทันที และการใช้สารทึบรังสีแบบน้ำมันยังมีส่วนช่วยเพิ่มโอกาสการตั้งครรภ์ได้สูงขึ้นในช่วง 3-6 เดือนแรกหลังการตรวจอีกด้วย
3:ถ้าท่อนำไข่อุดตันทั้ง 2 ข้าง ยังมีโอกาสมีลูกได้หรือไม่?
ตอบ: ยังมีโอกาสตั้งครรภ์ได้แน่นอน โดยแพทย์จะแนะนำเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ เช่น การทำเด็กหลอดแก้ว (ICSI) ซึ่งเป็นการเก็บไข่และอสุจิออกมาปฏิสนธิภายนอก แล้วจึงย้ายตัวอ่อนกลับเข้าสู่โพรงมดลูกโดยไม่ต้องผ่านท่อนำไข่
4:ต้องลางานเพื่อพักฟื้นหลังตรวจหรือไม่?
ตอบ: ไม่จำเป็นต้องลางานยาว หลังการตรวจเสร็จสิ้นและนั่งพักสังเกตอาการประมาณ 30 นาที หากไม่มีอาการผิดปกติ ก็สามารถกลับบ้านและใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ
5:การฉีดสีดูท่อนำไข่ มีความเสี่ยงต่ออันตรายร้ายแรงหรือไม่?
ตอบ: การตรวจ HSG มีความปลอดภัยสูงมาก ผลข้างเคียงรุนแรงหรือการแพ้สารทึบรังสีพบน้อยมาก อย่างไรก็ตาม ควรเข้ารับการตรวจกับแพทย์เฉพาะทางด้านมีบุตรยากในสถานพยาบาลที่ได้มาตรฐานเพื่อความปลอดภัยสูงสุด
หากผลการ ตรวจภาวะมีบุตรยาก พบว่าท่อนำไข่อุดตันหรือมีพังผืด แพทย์จะวางแผน รักษาภาวะมีบุตรยาก อย่างเหมาะสม หากคุณและคู่รักกำลังประสบปัญหาตั้งครรภ์ยาก การเข้าพบแพทย์เพื่อตรวจประเมินตั้งแต่วันนี้ จะช่วยวางแผนการรักษาได้อย่างทันท่วงทีและเพิ่มความสำเร็จในการสร้างครอบครัวอย่างที่คุณตั้งใจ โดยศูนย์นครธน กิฟท์ เฟอร์ทิลิตี้ โรงพยาบาลนครธน พร้อมให้คำปรึกษาและดูแลโดยแพทย์เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์อย่างครบวงจร
นพ.องอาจ บวรสกุลวงศ์
สูติศาสตร์และนรีเวชวิทยา,เวชศาสตร์การเจริญพันธุ์
ศูนย์นครธน กิฟท์ เฟอร์ทิลิตี้
ปรึกษาปัญหาสุขภาพ
ไม่เสียค่าใช้จ่าย
บทความทางการแพทย์ศูนย์นครธน กิฟท์ เฟอร์ทิลิตี้
ท่อนำไข่ตีบตัน (Block Fallopian Tube) สาเหตุมีบุตรยาก อยากมีลูกต้องทำอย่างไร
โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง (SMA) คืออะไร? ทำไมคนที่มีร่างกายแข็งแรงดีถึงอาจเป็นพาหะ?
โรคพร่องเอนไซม์ G6PD รู้ทันอาการ และแนวทางป้องกันด้วยการตรวจคัดกรองยีนก่อนมีลูก
โรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง SCID คืออะไร? คู่รักควรรู้ วิธีตรวจคัดกรองก่อนมีลูก
