IUI VS ICSI ต่างกันอย่างไร ? เลือกวิธีไหนดีกว่ากัน
ศูนย์ : ศูนย์นครธน กิฟท์ เฟอร์ทิลิตี้
บทความโดย : นพ. องอาจ บวรสกุลวงศ์
การเลือกเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ระหว่าง IUI และ ICSI ขึ้นอยู่กับสาเหตุของภาวะมีบุตรยากและปัจจัยด้านอายุ โดย IUI เป็นการฉีดอสุจิเข้าสู่โพรงมดลูกเพื่อให้ปฏิสนธิเองตามธรรมชาติ เหมาะสำหรับเคสที่ไม่รุนแรง ส่วน ICSI คือ เทคนิคการคัดอสุจิที่แข็งแรงที่สุดฉีดเข้าไข่โดยตรงในห้องแล็บ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการทำเด็กหลอดแก้วที่มีอัตราความสำเร็จสูงกว่า 50-70% ทั้งนี้การปรึกษาแพทย์เฉพาะทางจะช่วยให้คู่สมรสได้รับคำแนะนำที่เหมาะสมกับสภาพร่างกาย เพื่อเพิ่มโอกาสในการมีลูกน้อยตามที่ตั้งใจ
ปัจจุบันเทคโนโลยีทางการด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ ได้เข้ามาช่วยเพิ่มโอกาสในการมีลูก ซึ่งกระบวนการที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก คือการทำ IUI และ ICSI หรือการทำเด็กหลอดแก้ว ซึ่งมีขั้นตอนและเหมาะสมกับผู้ที่มีปัญหาด้านภาวะการเจริญพันธุ์ที่แตกต่างกัน การทำความเข้าใจความแตกต่างของทั้งสองวิธีนี้ จะช่วยให้คู่สมรสสามารถวางแผนการมีลูกได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
สารบัญ
IUI คืออะไร และมีขั้นตอนอย่างไร ?
IUI (Intrauterine Insemination) คือ การฉีดเชื้ออสุจิเข้าสู่โพรงมดลูกโดยตรง เป็นเทคโนโลยีเบื้องต้นที่ช่วยส่งอสุจิที่ผ่านการคัดกรองตัวที่แข็งแรงให้เข้าไปใกล้ไข่มากที่สุดในช่วงเวลาที่ไข่ตก เพื่อเพิ่มโอกาสการปฏิสนธิตามธรรมชาติภายในร่างกายฝ่ายหญิง
ขั้นตอนการทำ IUI แบบเข้าใจง่าย
- ตรวจเบื้องต้น ฝ่ายหญิงตรวจอัลตราซาวนด์ดูมดลูกและรังไข่ ส่วนฝ่ายชายตรวจคุณภาพอสุจิเพื่อประเมินความพร้อม
- กระตุ้นไข่ ใช้ยาแบบกินหรือฉีดเพื่อให้ได้ไข่ที่สมบูรณ์ประมาณ 1-2 ใบ
- ติดตามการตกไข่ นัดอัลตราซาวนด์วัดขนาดฟองไข่และฉีดยากระตุ้นการตกไข่ เมื่อไข่ได้ขนาดที่เหมาะสม
- ฉีดเชื้อ ฝ่ายชายเก็บอสุจิเพื่อนำมาคัดกรองในห้องปฏิบัติการ จากนั้นแพทย์จะใช้สายยางขนาดเล็กฉีดอสุจิเข้าสู่โพรงมดลูกโดยตรง
- ตรวจการตั้งครรภ์ รอประมาณ 14 วันเพื่อตรวจปัสสาวะหรือเจาะเลือดเพื่อยืนยันผล
ICSI คืออะไร และมีขั้นตอนอย่างไร ?
ICSI (Intracytoplasmic Sperm Injection) คือ เทคนิคขั้นสูงในกลุ่มเดียวกับการทำ IVF หรือการทำเด็กหลอดแก้ว โดย IVF จะปล่อยให้อสุจิผสมเองตามธรรมชาติในจานเพาะเลี้ยง แต่ ICSI จะคัดเลือกอสุจิที่สมบูรณ์เพียง 1 ตัว แล้วใช้เข็มขนาดเล็กฉีดเข้าไปในไข่ 1 ใบโดยตรงภายใต้กล้องจุลทรรศน์ เพื่อช่วยให้เกิดการปฏิสนธิ
ขั้นตอนการทำ ICSI
- ตรวจร่างกาย ตรวจประเมินระดับฮอร์โมนและสุขภาพอย่างละเอียดทั้งคู่
- กระตุ้นไข่ ใช้ยาฉีดกระตุ้นรังไข่เพื่อให้ไข่เจริญเติมโตพร้อมๆ กันหลายๆ ใบ (ประมาณ 8-15 ใบ) สำหรับการปฏิสนธิ
- เก็บไข่ แพทย์ทำการดูดไข่ออกจากรังไข่ผ่านทางช่องคลอด โดยจะมีการวางยาสลบเพื่อให้ผู้รับบริการไม่รู้สึกเจ็บ
- ฉีดอสุจิเข้าไข่ (ICSI) คัดสเปิร์มที่สมบูรณ์ ฉีดเข้าไข่แต่ละใบในห้องปฏิบัติการ
- เลี้ยงตัวอ่อน นำไข่ที่ปฏิสนธิแล้วมาเลี้ยงในตู้เลี้ยงตัวอ่อนสภาวะมดลูกเป็นเวลา 3-5 วัน
- ย้ายตัวอ่อน คัดเลือกตัวอ่อนที่สมบูรณ์ย้ายกลับเข้าสู่โพรงมดลูก เพื่อให้เกิดการฝังตัวและตั้งครรภ์
เปรียบเทียบความแตกต่างระหว่าง IUI และ ICSI
เพื่อให้เห็นภาพความแตกต่างที่ชัดเจน คู่สมรสสามารถพิจารณาข้อมูลเปรียบเทียบได้จากตารางด้านล่างนี้
ควรเลือกแบบไหน ถึงช่วยเพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์ ?
การตัดสินใจเลือกเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ไม่มีคำตอบที่ตายตัวสำหรับทุกคู่ เนื่องจากแต่ละครอบครัวมีพื้นฐานสุขภาพและปัจจัยแวดล้อมที่ต่างกัน การเลือกวิธีที่ช่วยเพิ่มโอกาสการตั้งครรภ์อย่างมีประสิทธิภาพ จึงต้องพิจารณาจากปัจจัยสำคัญดังนี้
สาเหตุของภาวะมีบุตรยาก
- เคสที่ไม่ซับซ้อน หากผลการตรวจพบว่าฝ่ายหญิงมีท่อนำไข่ปกติอย่างน้อยหนึ่งข้าง และฝ่ายชายมีตัวอสุจิที่ผ่านเกณฑ์มาตรฐาน แต่ต้องการเพิ่มโอกาสของการปฏิสนธิ การเริ่มต้นด้วยวิธี IUI มักเป็นทางเลือกที่เหมาะสมและคุ้มค่า
- เคสที่มีข้อจำกัดทางกายภาพ หากพบภาวะท่อนำไข่อุดตันทั้งสองข้าง มีพังผืดรุนแรงในอุ้งเชิงกราน หรือฝ่ายชายมีภาวะอสุจิผิดปกติขั้นรุนแรง เช่น จำนวนน้อยมากหรือไม่เคลื่อนไหวเลย การทำ ICSI คือทางออกที่ตัดวงจรปัญหาเหล่านี้ได้โดยตรง เพราะเป็นการปฏิสนธิภายนอกร่างกาย
ปัจจัยด้านอายุของฝ่ายหญิง
- อายุต่ำกว่า 35 ปี ร่างกายมักจะมีปริมาณและคุณภาพไข่ที่ดี แพทย์จะแนะนำให้ลองทำ IUI ก่อนใช้วิธีอื่น
- อายุ 35 ปีขึ้นไป คุณภาพของไข่จะเริ่มลดลงอย่างรวดเร็ว การใช้วิธีธรรมชาติอาจทำให้เสียโอกาส แพทย์จึงมักแนะนำให้พิจารณาการทำเด็กหลอดแก้ว หรือ ICSI เนื่องจากสามารถตรวจคัดกรองโครโมโซมตัวอ่อนก่อนการฝังตัวได้ ช่วยลดโอกาสการแท้งและเพิ่มโอกาสสำเร็จในเวลาที่รวดเร็วขึ้น
คุณภาพของไข่และอสุจิ
ในบางกรณีที่คู่สมรสเคยผ่านการทำ IVF แบบปกติแล้วพบว่าไข่ไม่ปฏิสนธิเนื่องจากเปลือกไข่หนาเกินไป หรืออสุจิไม่สามารถเจาะไข่เองได้ เทคนิค ICSI จะเข้ามาช่วยแก้ปัญหานี้โดยเฉพาะ ด้วยการนำอสุจิเจาะเข้าไปในเนื้อไข่โดยตรงภายใต้การดูแลของผู้ชำนาญ เพื่อให้มั่นใจว่าจะเกิดการปฏิสนธิที่สมบูรณ์
สรุปแนวทางการเลือกอย่างเหมาะสม
หากคู่สมรสยังอายุน้อยและมีงบประมาณที่จำกัด แนะนำให้เริ่มจากการทำ IUI แต่หากต้องการผลลัพธ์ที่รวดเร็ว มีข้อจำกัดด้านอายุ หรือเคยทำวิธีเบื้องต้นมาแล้วไม่สำเร็จ ICSI มักเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์และคุ้มค่าในระยะยาวมากกว่า เพราะให้อัตราความสำเร็จที่สูงกว่าอย่างชัดเจน
สุดท้ายแล้วการจะตัดสินใจว่า IUI, IVF, ICSI คือวิธีที่เหมาะสมที่สุดสำหรับคุณหรือไม่นั้น จำเป็นต้องผ่านการวิเคราะห์จากแพทย์เพื่อประเมินโอกาสสำเร็จรายบุคคล รวมถึงการพิจารณาปัจจัยด้านการวางแผนงบประมาณ เช่น IUI มีราคาที่เหมาะสำหรับเคสเริ่มต้น หรือ ICSI ที่แม้จะมีราคาสูงกว่า แต่ก็คุ้มค่าสำหรับคู่สมรสที่ต้องการความแม่นยำสูงและมีปัญหาซับซ้อน
หากคุณกำลังวางแผนมีลูกหรือต้องการปรึกษาเพื่อเปรียบเทียบว่าระหว่าง IUI กับการทำ ICSI วิธีไหนจะช่วยเพิ่มโอกาสได้มากกว่ากัน สามารถติดต่อสอบถามและนัดหมายได้ที่ ศูนย์นครธน กิฟท์ เฟอร์ทิลิตี้ โรงพยาบาลนครธน
- Facebook Fanpage: Nakornthon Hospital
- LINE Official: @nakornthon
- Tel: 02-450-9999 ต่อ 1159-1160
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ IUI และ ICSI (FAQs)
-
Q: ทำ IUI หรือ ICSI เจ็บไหม ต้องพักฟื้นนานแค่ไหน ?
A: การทำ IUI ไม่เจ็บ รู้สึกเหมือนการตรวจภายในทั่วไป หลังทำเสร็จพักประมาณ 30 นาทีก็สามารถกลับบ้านได้ตามปกติ ส่วน ICSI ในขั้นตอนการเก็บไข่จะมีการวางยาสลบระยะสั้น ทำให้ไม่รู้สึกเจ็บขณะทำ หลังทำอาจมีอาการหน่วงท้องน้อยเล็กน้อย พักฟื้น 1-2 ชั่วโมงก็กลับบ้านได้
-
Q: ถ้าทำ IUI ไม่สำเร็จกี่ครั้ง ถึงควรเปลี่ยนไปทำ ICSI ?
A: โดยทั่วไปแนะนำให้ลองทำประมาณ 3-6 รอบ หากยังไม่ตั้งครรภ์ หรือถ้าฝ่ายหญิงมีอายุมากกว่า 35 ปี แพทย์อาจแนะนำให้เปลี่ยนไปใช้วิธี ICSI เร็วกว่านั้น เพื่อเพิ่มโอกาสสำเร็จเนื่องจากคุณภาพไข่จะลดลงตามอายุ
-
Q: โอกาสตั้งครรภ์แฝดจากการทำ IUI และ ICSI มีมากน้อยแค่ไหน ?
A: การทำ IUI มีโอกาสเกิดลูกแฝดได้ประมาณ 5-10% หากรอบนั้นมีไข่ตกมากกว่า 1 ใบ ส่วนการทำ ICSI แพทย์สามารถควบคุมจำนวนตัวอ่อนที่จะย้ายกลับเข้าสู่โพรงมดลูกได้ หากใส่ 1 ตัวอ่อน โอกาสเป็นแฝดจะต่ำมาก
-
Q: อัตราความสำเร็จของ IUI กับ ICSI ต่างกันมากไหม ?
A: ต่างกันพอสมควร การทำ IUI มีอัตราสำเร็จประมาณ 10-15% ต่อรอบ ใกล้เคียงธรรมชาติ ส่วน ICSI มีอัตราสำเร็จสูงถึง 50-70%* ซึ่งถือเป็นวิธีที่ช่วยให้เกิดโอกาสตั้งครรภ์ได้รวดเร็วที่สุดในปัจจุบัน
*หมายเหตุ ต่อรอบการย้ายตัวอ่อน และขึ้นกับอายุและคุณภาพไข่ -
Q: ต้องเตรียมตัวอย่างไรก่อนเริ่มทำ IUI หรือ ICSI ?
A: ทั้งคู่ควรดูแลสุขภาพให้แข็งแรงล่วงหน้า 1-3 เดือน
- ฝ่ายหญิง ควรรับประทานกรดโฟลิก (Folic Acid) พักผ่อนให้เพียงพอ งดดื่มแอลกอฮอล์และสูบบุหรี่
- ฝ่ายชาย งดการแช่น้ำอุ่นหรือเข้าซาวน่า เพราะความร้อนจะทำลายสเปิร์ม ออกกำลังกายให้สม่ำเสมอ และรับประทานวิตามินบำรุงตามคำแนะนำของแพทย์เพื่อให้ร่างกายมีความพร้อม -
Q: IUI, IVF และ ICSI ราคาแตกต่างกันอย่างไร ?
A: ในด้านงบประมาณ IUI ราคาจะต่ำที่สุด เนื่องจากมีขั้นตอนที่ซับซ้อนน้อยและอาศัยการปฏิสนธิเองตามธรรมชาติ ส่วนการทำ IVF และ ICSI ราคาจะสูงกว่า เนื่องจากเป็นเทคโนโลยีที่ต้องใช้ห้องปฏิบัติการที่ทันสมัย มีขั้นตอนการเก็บไข่ การเพาะเลี้ยงตัวอ่อนโดยนักวิทยาศาสตร์ และการใช้อุปกรณ์พิเศษในการช่วยปฏิสนธิ โดยเฉพาะ ICSI ที่มีความละเอียดสูงในการคัดเลือกอสุจิรายตัว ซึ่งคู่สมรสสามารถขอรับคำแนะนำเกี่ยวกับรายละเอียดโปรแกรมและค่าใช้จ่ายที่เหมาะสมกับแผนการรักษาได้ที่ศูนย์นครธน กิฟท์ เฟอร์ทิลิตี้ โรงพยาบาลนครธน
-
Q: การทำ IVF กับ ICSI เลือกวิธีไหนดีกว่ากัน ?
A: ไม่มีวิธีไหนดีกว่าอย่างเบ็ดเสร็จ แต่ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของแต่ละคู่ การทำ IVF แบบปกติ คือ ให้นำอสุจิไปวางรวมกับไข่ในจานเพาะเชื้อ เหมาะสำหรับคู่ที่อสุจิมีคุณภาพดีและไข่ไม่มีปัญหาเรื่องเปลือกไข่หนา ส่วน ICSI มักจะให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าในกรณีที่ฝ่ายชายมีปัญหาอสุจิขั้นรุนแรง หรือเคยทำ IVF แล้วไม่เกิดการปฏิสนธิ เพราะ ICSI คือ การช่วยปฏิสนธิแบบเจาะจงที่ช่วยเพิ่มโอกาสการเกิดตัวอ่อนได้แน่นอนกว่าในเคสที่ค่อนข้างซับซ้อน ดังนั้นแพทย์จะแนะนำวิธีที่ให้โอกาสสำเร็จสูงสุดตามสภาพร่างกายของแต่ละคู่เป็นสำคัญ
ปรึกษาทุกปัญหาสุขภาพแบบออนไลน์
ไม่เสียค่าใช้จ่าย
แพ็กเกจ/โปรโมชั่น
บทความทางการแพทย์ศูนย์นครธน กิฟท์ เฟอร์ทิลิตี้
ตรวจคัดกรองยีนก่อนวางแผนมีบุตร ลดความเสี่ยงโรคทางพันธุกรรมที่คาดไม่ถึง
