มะเร็ง กับ กรรมพันธุ์เกี่ยวข้องกันอย่างไร ทำไมต้องทำ Family Tree

ศูนย์ : ศูนย์มะเร็ง

บทความโดย : นพ. กิตติพงษ์ อุดมดำรงกุล

โรคมะเร็งทางพันธุกรรม

มะเร็ง คือ โรคร้ายที่สามารถถ่ายทอดทางพันธุกรรมได้ แม้สาเหตุการเกิดโรคมะเร็งส่วนใหญ่ เกิดจากปัจจัยแวดล้อม และพฤติกรรม เช่น สูบบุหรี่ ดื่มเหล้า แต่หากคุณมีญาติสายตรง (พ่อแม่ พี่น้อง ลูก) เป็นโรคมะเร็ง แม้เพียง 1 คน จะยิ่งเพิ่มความเสี่ยงโรคมะเร็งที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรม เป็น 2 เท่า โดยเฉพาะ โรคมะเร็งเต้านม มะเร็งลำไส้ใหญ่ และมะเร็งปอด

การทำ “Family Tree” หรือ แผนผังแสดงความสัมพันธ์ในครอบครัว คือ กุญแจสำคัญในการคัดกรองความเสี่ยงโรคมะเร็งทางพันธุกรรม ช่วยให้คุณเห็นความเสี่ยงที่ถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่นอย่างชัดเจน การรวบรวมข้อมูล บันทึกอายุ และประวัติโรค สามารถนำไปสู่การตรวจคัดกรอง และดูแลสุขภาพได้อย่างเหมาะสม เริ่มต้นทำ Family Tree วันนี้ เพื่ออนาคตสุขภาพที่ดีของคุณและคนที่คุณรัก

“ลงทะเบียนแคมเปญวันนี้เพื่อทำ Family Tree พร้อมปรึกษาแพทย์เฉพาะทางมะเร็ง (ไม่มีค่าใช้จ่าย) พร้อมรับส่วนลด 500 บาท เมื่อซื้อโปรแกรมตรวจคัดกรองมะเร็งที่ร่วมรายการ”



มะเร็ง กับ กรรมพันธุ์ เกี่ยวข้องกันอย่างไร

โรคมะเร็ง คือ เซลล์ที่ผิดปกติในร่างกายที่เกิดการเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรม และเซลล์เหล่านี้มีการเจริญเติบโตรวดเร็วเกินปกติโดยที่ร่างกายควบคุมไม่ได้ ซึ่งปัจจัยที่จะส่งเสริมทำให้เกิดความผิดปกตินี้แบ่งเป็น ประมาณ 90% เป็นปัจจัยภายนอก เช่น พฤติกรรมเสี่ยงต่างๆ ได้รับสารพิษในสิ่งแวดล้อม หรือการติดเชื้อบางชนิด เป็นต้น กับอีกประมาณ 10% เป็นปัจจัยภายในคือ ได้รับกรรมพันธุ์ที่เสี่ยงสูงในการเกิดโรคมะเร็งทางพันธุกรรม หรือมะเร็งมาจากบรรพบุรุษของเราเองทำให้เซลล์ในร่างกายมีแนวโน้มที่จะเกิดมะเร็งได้สูงกว่า คนทั่วไป เช่น ถ้ามีกรรมพันธุ์ของมะเร็งเต้านม BRCA ซึ่งจะมีความเสี่ยงที่จะเกิดมะเร็งเต้านมได้สูงถึง 80% เป็นต้น

> กลับสารบัญ


โรคมะเร็งถ่ายทอดทางพันธุกรรม

โรคมะเร็งที่มีโอกาสถ่ายทอดทางพันธุกรรมสูง อาทิ

  • มะเร็งเต้านมและรังไข่ (จากยีน BRCA1/BRCA2) โดยผู้ที่มีพันธุกรรมกลายพันธุ์ BRCA1 มีความเสี่ยงเต้านม 72% รังไข่ 44% ถึงอายุ 80 ปี
  • มะเร็งลำไส้ใหญ่ (Lynch Syndrome จากยีน MLH1, MSH2, MSH6, PMS2)
  • มะเร็งตับอ่อน มะเร็งต่อมลูกหมาก มะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก มะเร็งไต มะเร็งไทรอยด์ มะเร็งกระเพาะอาหาร และ มะเร็งผิวหนังเม็ดสี
  • อื่น ๆ เช่น Li-Fraumeni Syndrome (TP53) ที่เสี่ยงมะเร็งหลายชนิด

> กลับสารบัญ


Family Tree เกี่ยวข้องกับโรคมะเร็งทางพันธุกรรมอย่างไร

Family Tree (ต้นไม้ครอบครัว) คือ แผนผังแสดงความสัมพันธ์ในครอบครัว เป็นเครื่องมือสำคัญในการติดตามประวัติครอบครัวเพื่อประเมินความเสี่ยงมะเร็งทางพันธุกรรม โดยบันทึกอายุและประวัติโรค โดยเฉพาะประวัติการเป็นมะเร็งของญาติสายตรง เช่น พ่อแม่ พี่น้อง ลูก หรือญาติสายเลือดใกล้ชิด ช่วยให้แพทย์เห็นรูปแบบการถ่ายทอดโรคได้ชัดเจน เหมือนแผนที่นำทางสู่ความเสี่ยงที่ซ่อนอยู่

> กลับสารบัญ


ประโยชน์ของการทำ Family Tree

การทำ Family Tree เพื่อทำบันทึกอายุและประวัติโรคของญาติสายตรง ได้แก่ พ่อ แม่ พี่น้อง ลูก ซึ่งการทำข้อมูลนี้จะช่วยระบุความเสี่ยงของการเป็นมะเร็งทางพันธุกรรมได้ตั้งแต่เนิ่น ๆ ทำให้วางแผนป้องกันหรือตรวจคัดกรองได้ทันท่วงที ลดโอกาสป่วยหนักและเสียชีวิต ผู้ที่มีญาติใกล้ชิดป่วยมะเร็งชนิดเดียวกันหลายคน หรือป่วยหลายชนิดในคนเดียว จะได้ประโยชน์สูงสุด

> กลับสารบัญ


ใครควรทำ Family Tree

  • ผู้ที่มีญาติสายตรง (พ่อแม่ พี่น้อง ลูก) เป็นมะเร็งชนิดเดียวกัน 2 คนขึ้นไป
  • ผู้ที่มีญาติป่วยมะเร็งในช่วงวัยรุ่นหรืออายุน้อยกว่า 50 ปี
  • ครอบครัวที่มีมะเร็งหลายชนิด เช่น เต้านมและรังไข่ หรือลำไส้ใหญ่และเยื่อบุโพรงมดลูก
  • ผู้หญิงที่มีมะเร็งเต้านมทั้งสองข้าง หรือมะเร็งที่อวัยวะคู่กัน

  • ต้นไม้ครอบครัว (family-tree) ต้นไม้ครอบครัว (family-tree)

    > กลับสารบัญ



    จะทราบความเสี่ยงโรคมะเร็งที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรมได้อย่างไร

    เมื่อทำ Family Tree แล้วพบความเสี่ยงที่จะเกิดการถ่ายทอดโรคมะเร็งที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรม แพทย์จะแนะนำการตรวจวิเคราะห์ยีนที่เกี่ยวข้องกับมะเร็งที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรม โดยวิธีการทำได้ง่ายๆ เพียงเจาะเลือด หรือ วิธีการเก็บเซลล์จากกระพุ้งแก้ม แล้วไปตรวจในห้องปฏิบัติการที่ได้การรับรองมาตรฐาน และรอผลประมาณ 30 วัน

    > กลับสารบัญ


    ตรวจวิเคราะห์ยีนที่เกี่ยวข้องกับมะเร็งที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรม แล้วมีประโยชน์อย่างไร

    • ผู้ที่ยังไม่เป็นมะเร็งและต้องการค้นหาความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งจากกรรมพันธุ์ เช่น อาจจะมีประวัติ คนในครอบครัวเป็นมะเร็ง แล้วสงสัยว่าตนเองมีความเสี่ยงหรือไม่ หรือ อาจจะไม่มีประวัติเสียงใดๆ แต่ต้องการทราบว่าตนเอง จะมีกรรมพันธุ์ก่อมะเร็งซ่อนอยู่หรือไม่ เพื่อที่จะปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเสี่ยง และเข้าสู่การตรวจคัดกรองเร็วขึ้น เพื่อพบโรคตั้งแต่ระยะเริ่มแรก
    • ผู้ป่วยที่ทราบแล้วว่าเป็นมะเร็งแล้ว การตรวจเพื่อยืนยันว่าการเป็นมะเร็งนั้นสัมพันธ์กับกรรมพันธุ์หรือไม่ และอาจจะส่งผลต่อการเลือกวิธีการรักษาให้เหมาะสมมากขึ้น รวมถึง ค้นหาความเสี่ยงของคนอื่นในครอบครัวต่อไป

    > กลับสารบัญ


    เมื่อผลออกแล้วส่งผลต่อการป้องกัน หรือรักษามะเร็งอย่างไร

    ถ้าผลออกมาว่าพบกรรมพันธุ์ก่อมะเร็ง มีวิธีการป้องกัน หรือรักษามะเร็งได้ดังนี้

    • ปรับพฤติกรรม และมีการเฝ้าระวังการเกิดมะเร็ง หรือตรวจคัดกรองกมะเร็งอย่างใกล้ชิด ในกรณีที่ยังไม่เป็นมะเร็ง
    • มีการให้ยาบางชนิดที่เหมาะกับมะเร็งที่เกิดจากกรรมพันธุ์ เพื่อเพิ่มการตอบสนอง และลดโอกาสการเกิดมะเร็งชนิดนั้นๆ เมื่อเทียบกับการรักษาปกติ
    • ทางเลือกในการผ่าตัดเอาอวัยวะที่เสี่ยงนั้นออก ในระยะเวลาที่เหมาะสม
    • แต่ถ้าผลออกมาว่าไม่พบกรรมพันธุ์ก่อมะเร็ง ไม่ได้หมายถึงจะไม่มีโอกาสเป็นมะเร็งเลย เนื่องจากสาเหตุมะเร็งอาจจะเกิดจาก ปัจจัยภายนอกได้ ดังนั้นท่านจึงยังมีความเสี่ยงที่จะเป็นมะเร็งเทียบเท่ากับคนทั่วไป เพียงแต่ไม่สูงเท่ากับคนที่มีกรรมพันธุ์ก่อมะเร็งในครอบครัว

    อย่างไรก็ตามการมีกรรมพันธุ์ก่อมะเร็ง เป็นการบอกว่าคุณมีความเสี่ยงเกิดโรคมะเร็งมากขึ้น แต่ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นมะเร็งแน่นอน 100% โดยที่สำคัญคือหากทราบแล้วต้องปฏิบัติตัวให้เหมาะสมตามคำแนะนำของแพทย์ และหมั่นตรวจคัดกรองค้นหามะเร็งชนิดนั้นๆ อย่างสม่ำเสมอ และสิ่งสำคัญการทำ Family Tree พร้อมปรึกษาแพทย์เฉพาะทางด้านโรคมะเร็ง จะช่วยให้สามารถนำไปสู่การคัดกรองและดูแลสุขภาพได้อย่างเหมาะสม

    > กลับสารบัญ


    ช่องทางติดต่อโรงพยาบาลนครธน:

    1. - Website : https://www.nakornthon.com
    2. - Facebook : Nakornthon Hospital
    3. - Line : @nakornthon
    4. - Tel: 02-450-9999 (ตลอด 24 ชั่วโมง)


ปรึกษาทุกปัญหาสุขภาพแบบออนไลน์
ไม่เสียค่าใช้จ่าย




Share :

สินค้าในตระกร้าไม่ถูกต้องตามเงื่อนไข, กรุณาตรวจสอบจำนวน
จัดการตระกร้าสินค้า

เมื่อคลิก “อนุญาตคุกกี้ทั้งหมด” หมายความว่าผู้ใช้งานยอมรับที่จะเปิดการใช้งานคุกกี้เพื่อวัตถุประสงค์ต่าง ๆ ดังต่อไปนี้ เพื่อให้เว็บไซต์สามารถทำงานได้อย่างถูกต้องและเต็มประสิทธิภาพ เพื่อเปิดใช้คุณสมบัติของโซเชียลมีเดีย และเพื่อวิเคราะห์การเข้าใช้งานเพื่อนำข้อมูลไปใช้ในการทำการตลาดและการโฆษณา รวมถึงการแบ่งปันข้อมูลการใช้งานกับพาร์ทเนอร์โซเชียลมีเดีย