อาการปวดศีรษะของฉันคือโรคอะไร ปวดแบบไหนอันตราย

ศูนย์ : ศูนย์สมองและระบบประสาท

บทความโดย : นพ. พีรวัส ถาวรลัญฉ์

ปวดหัว

อาการปวดศีรษะ เป็นปัญหาสุขภาพที่พบได้บ่อยในทุกช่วงวัย และเป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญที่ทำให้ผู้ป่วยมาพบแพทย์ โดยอาการปวดศีรษะ เกิดขึ้นได้จากหลากหลายสาเหตุ และมีวิธีการรักษาที่แตกต่างกัน อาการปวดศีรษะแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มใหญ่ๆ ได้แก่ ปวดศีรษะแบบปฐมภูมิ (Primary Headache) ปวดศีรษะแบบทุติยภูมิ (Secondary Headache) และ ปวดจากเส้นประสาทและใบหน้า และอื่นๆ (Neuropathies & Facial Pains and other headaches) โดยอาการปวดศีรษะที่เราเจอกันอยู่เป็นประจำ ส่วนใหญ่มักจัดอยู่ในกลุ่ม ปวดศีรษะแบบปฐมภูมิ ซึ่งหมายถึงอาการปวดที่เกิดขึ้นจากตัวโรคเอง ไม่ได้มีสาเหตุมาจากโรคอื่นแอบแฝง เช่น เนื้องอกหรือเลือดออกในสมอง เพื่อให้คุณสามารถสำรวจตัวเองและรับมือได้อย่างถูกต้อง เรามาทำความเข้าใจลักษณะเฉพาะของอาการปวดแต่ละประเภทกัน


อาการปวดศีรษะแบบปฐมภูมิ (Primary Headache) คืออะไร

อาการปวดศีรษะแบบปฐมภูมิ (Primary Headache) กลุ่มนี้คือกลุ่มที่พบบ่อยที่สุด เกิดจากระบบการทำงานของสมองแปรปรวน หรือไวต่อสิ่งกระตุ้นผิดปกติ โดยที่โครงสร้างสมองยังปกติดี แล้วทำไมสแกนสมองแล้วไม่เจออะไร? เนื่องจากโครงสร้างสมองปกติดี การตรวจ CT Scan หรือ MRI จึงมักไม่พบความผิดปกติ แพทย์จะวินิจฉัยโรคกลุ่มนี้ได้แม่นยำจากการพูดคุยและซักประวัติอย่างละเอียด โดยใช้เกณฑ์มาตรฐานระดับสากล (ICHD-3) มาช่วยแยกโรค เพื่อให้ท่านได้รับการรักษาที่ตรงจุด แม้ผลสแกนจะปกติก็ตาม

> กลับสารบัญ


โรคในกลุ่มอาการปวดศีรษะแบบปฐมภูมิที่พบบ่อยมีอะไรบ้าง

  1. อาการปวดศีรษะแบบตึงตัว (Tension-type headache)

    เป็นอาการปวดศีรษะที่พบได้บ่อยที่สุดในคนวัยทำงาน มักสัมพันธ์กับความเครียด หรือกล้ามเนื้อเกร็งตัว โดยมีอาการ ดังนี้

    • ปวดตื้อๆ มึนๆ เหมือนมีเข็มขัดรัดรอบศีรษะ หรือเหมือนสวมหมวกที่คับเกินไป มักปวดที่หน้าผาก ขมับทั้งสองข้าง หรือท้ายทอย
    • ปวดน้อยถึงปานกลาง ยังพอทนทำงานต่อไหว
    • เป็นได้ตั้งแต่ 30 นาที หรืออาจปวดยาวนานถึง 7 วัน
    • เมื่อมีการขยับตัว เดิน หรือขึ้นบันได จะไม่ทำให้ปวดมากขึ้น
    • จุดสังเกตสำคัญของอาการปวดแบบตึงตัว คือ มัก ไม่มี อาการคลื่นไส้ อาเจียน และมัก ไม่มี อาการแพ้แสงจ้า หรือแพ้เสียงดัง

    อาการนี้ใช้การรักษาเบื้องต้น คือ รับประทานยาแก้ปวด พักผ่อน และคลายเครียด

    หากทานยาแก้ปวดก็แล้ว พักผ่อนก็แล้ว อาการปวดศีรษะก็ยังวนเวียนกลับมา นั่นเพราะมีอีกโรคหนึ่งที่มักซ่อนตัวอยู่ ที่มักจะเกิดเมื่อกล้ามเนื้อเกร็งตัวนานๆ เกิดปมกล้ามเนื้อ นั่นคือ โรคปวดเกร็งกล้ามเนื้อและเยื่อพังผืด Myofascial Pain Syndrome (MPS) หรือคนทั่วไปรุ้จักในนามออฟฟิศซินโดรม โดยมีอาการดังนี้

    • เจอปม โดยคนไข้จะคลำพบก้อนเนื้อแข็งๆ (Taut band) บริเวณที่ปวด เช่น บ่าหรือต้นคอ ปวดร้าว (Referred Pain) เมื่อกดลงไปที่จุดกระตุ้น (Trigger point) นอกจากจะเจ็บตรงจุดที่กดแล้ว จะมีอาการปวดร้าว เช่น กดที่บ่า แล้วปวดวิ่งจี๊ดขึ้นไปที่ ขมับหรือกระบอกตา ได้
    • ความรู้สึกเปลี่ยน บางท่านอาจรู้สึก ชาๆ หนาๆ หรือ เย็นวาบ บริเวณที่ปวด หรือบริเวณที่ปวดร้าว บางท่าอาจรู้สึกระคายเคืองเหมือนมีเข็มเล็กๆ มาทิ่ม

    ซึ่งการรักษาอาการดังกล่าว ต้องอาศัยความร่วมมือของคนไข้ในการปรับพฤติกรรม เช่น ยืดเหยียด ไม่นั่งยื่นคอ และออกกำลังกาย ร่วมกับการรักษาทางการแพทย์ เช่น การฝังเข็มตะวันตก หรือกายภาพบำบัด

  2. อาการปวดศีรษะไมเกรน (Migraine headache)

    เกิดจากสมองมีความไวต่อสิ่งกระตุ้นมากเป็นพิเศษ ทำให้หลอดเลือดและเส้นประสาทในสมองเกิดการอักเสบและขยายตัว จนเกิดความเจ็บปวดที่รุนแรง โดยมีอาการ ดังนี้

    • ปวด ตุ้บๆ เป็นจังหวะ (Pulsating) มักปวดข้างเดียว ย้ายข้างได้ หรือบางครั้งอาจปวดทั้งสองข้างก็ได้
    • ปวดปานกลาง ถึงปวดมากจนรบกวนชีวิตประจำวันต้องหยุดงาน หรือนอนพัก
    • หากไม่ทานยา อาจปวดนาน 4 - 72 ชั่วโมง
    • จะปวดเมื่อมีการขยับตัวแรงๆ ก้มเงย เดินขึ้นบันได จะกระตุ้นให้ปวดมากขึ้น
    • จุดสังเกตสำคัญ (ต้องมีอย่างน้อย 1 ข้อ) ได้แก่ คลื่นไส้ พะอืดพะอม หรืออาเจียน หรือ แพ้แสง แพ้เสียง ทำให้อยากนอนในห้องมืดๆ เงียบๆ
    • อาการเตือน (Aura) คนไข้ 20-30% ที่เจอบ่อยๆ คืออาการเห็นแสงแฟลช ภาพซิกแซก ตามัว หรือ ชาโดยอาจเป็นก่อนปวดศีรษะหรือพร้อมปวดศีรษะก็ได้

    การรักษา หลักๆ จะมี ยากินระงับปวด กินเวลามีอาการ บางท่านอาจต้องกินยาป้องกัน ขึ้นอยู่กับชนิดของไมเกรน ความถี่ ความรุนแรง และโรคร่วมที่เป็น

  3. อาการปวดศีรษะแบบคลัสเตอร์ (Cluster headache)

    เกิดจากความผิดปกติของสมอง ไปกระตุ้นเส้นประสาทสมองคู่ที่ 5 และระบบประสาทอัตโนมัติทำงานมากเกินไป แม้จะพบน้อยกว่าสองโรคแรก แต่ความเจ็บปวดนั้นรุนแรงที่สุด โดยการปวดศีรษะแบบคลัสเตอร์อยู่ในกลุ่ม อาการปวดศีรษะที่มีความผิดปกติของเส้นประสาทสมองคู่ที่ห้า ร่วมกับระบบประสาทอัตโนมัติ (Trigeminal Autonomic Cephalalgias / TACs) โดยมีอาการ ดังนี้

    • ปวดรุนแรงขั้นสุด เหมือนมีอะไรมาคว้านที่กระบอกตา หรือขมับข้างเดียว
    • มีอาการนาน 15 นาที - 3 ชั่วโมง
    • อาการปวดเป็นชุดๆ ช่วงเวลาเดิมๆ ของทุกวัน เช่น ปลุกให้ตื่นตอนตี 1 ติดต่อกันเป็นอาทิตย์หรือเดือน แล้วหายไป
    • อาการปวด เจ็บจนอยู่ไม่นิ่ง (Restlessness) ต้องลุกมาเดินไปเดินมา เอามือกุมหัว หรือ โขกผนัง
    • จุดสังเกตสำคัญ ต้องมีอาการของระบบประสาทอัตโนมัติร่วมด้วย ข้างเดียวกับที่ปวด เช่น ตาแดง ตาบวม น้ำตาไหล หนังตาตก คัดจมูก หรือเหงื่อออกหน้าผาก

    การรักษา โรคนี้ยาแก้ปวดทั่วไปมักไม่ได้ผล ต้องใช้การรักษาเฉพาะทาง เช่น การดมออกซิเจนเข้มข้น ภายใต้การดูแลของแพทย์และหากเป็นบ่อย จะต้องทานยาป้องกัน

> กลับสารบัญ


ปรึกษาแพทย์ออนไลน์

สัญญาณอันตราย (Red Flags)อาการปวดแบบนี้ ต้องหาเหตุ

  • ปวดที่สุดในชีวิต ปวดรุนแรงที่สุด แบบไม่เคยเป็นมาก่อน
  • ปวดปรี๊ดรวดเร็ว ปวดขึ้นถึงขีดสุดภายใน 1 นาที
  • ปวดครั้งแรกในผู้สูงอายุ เริ่มปวดครั้งแรกตอนอายุมากกว่า 50 ปี
  • มีอาการทางระบบประสาทร่วม เช่น แขนขาอ่อนแรง ปากเบี้ยว พูดไม่ชัด เดินเซ ภาพซ้อน
  • มีอาการร่วมทางร่างกาย มีไข้ ชัก เบื่ออาหาร หรือน้ำหนักลดผิดปกติ
  • ปวดสัมพันธ์กับท่าทาง ไอ จาม เบ่ง แล้วปวดมากขึ้น หรือปวดแตกต่างระหว่างท่านอน-นั่ง
  • รูปแบบการปวดเปลี่ยนไป เคยปวดแบบเดิม แต่วันนี้ปวดแปลกไปจากทุกครั้ง

> กลับสารบัญ


คำถามที่พบบ่อยอาการปวดศีรษะ (FAQ)

1:ปวดตื้อๆ มึนๆ เหมือนมีอะไรมารัดหัว คือโรคอะไร?

ตอบ: ส่วนใหญ่จะเป็นอาการปวดศีรษะแบบตึงตัว มักเกิดจากความเครียดหรือกล้ามเนื้อเกร็ง จะรู้สึกปวดมึนๆ เหมือนสวมหมวกคับเกินไปที่หน้าผากหรือขมับ ส่วนใหญ่พักผ่อนหรือทานยาแก้ปวดก็ดีขึ้น

2:ปวดหัวข้างเดียว ตุ้บๆ เป็นจังหวะหัวใจ ใช่ไมเกรนไหม?

ตอบ: มีโอกาสเป็นไมเกรน เพราะมักปวดข้างเดียว และปวดรุนแรงจนรบกวนชีวิตประจำวัน จุดสังเกตสำคัญคือมักมีอาการ คลื่นไส้ อาเจียน หรือแพ้แสง/เสียง ร่วมด้วย บางคนอาจเห็นแสงวับๆ แฟลชๆ ก่อนปวด

3:ปวดหัวแบบไหนที่ต้องรีบไปโรงพยาบาลทันที?

ตอบ: ปวดรุนแรงที่สุด ปวดถึงขีดสุดภายใน 1 นาที มีอาการทางระบบประสาทร่วมด้วย เช่น แขนขาอ่อนแรง ปากเบี้ยว พูดไม่ชัด เดินเซ ภาพซ้อน เป็นต้น หากมีอาการเหล่านี้ให้รีบไปโรงพยาบาลทันที

> กลับสารบัญ



อาการปวดศีรษะแม้จะเป็นเรื่องใกล้ตัว แต่การสังเกตลักษณะอาการที่ถูกต้อง จะช่วยให้คุณหมอวินิจฉัยและวางแผนการรักษาได้อย่างเหมาะสมครับ หากมีอาการที่รบกวนชีวิตประจำวัน หรือมีสัญญาณเตือนข้างต้น แนะนำให้ปรึกษาแพทย์เพื่อรับการตรวจประเมินอย่างละเอียด



ปรึกษาปัญหาสุขภาพ
ไม่เสียค่าใช้จ่าย





Share :

สินค้าในตระกร้าไม่ถูกต้องตามเงื่อนไข, กรุณาตรวจสอบจำนวน
จัดการตระกร้าสินค้า
ตกลง

เมื่อคลิก “อนุญาตคุกกี้ทั้งหมด” หมายความว่าผู้ใช้งานยอมรับที่จะเปิดการใช้งานคุกกี้เพื่อวัตถุประสงค์ต่าง ๆ ดังต่อไปนี้ เพื่อให้เว็บไซต์สามารถทำงานได้อย่างถูกต้องและเต็มประสิทธิภาพ เพื่อเปิดใช้คุณสมบัติของโซเชียลมีเดีย และเพื่อวิเคราะห์การเข้าใช้งานเพื่อนำข้อมูลไปใช้ในการทำการตลาดและการโฆษณา รวมถึงการแบ่งปันข้อมูลการใช้งานกับพาร์ทเนอร์โซเชียลมีเดีย