Center : ศูนย์สมองและระบบประสาท
Article by : Dr. Chanwit Ankrohwittaya14 September 2021

โรคเส้นเลือดในสมองโป่งพอง ถือเป็นภัยเงียบที่อันตรายไม่แพ้โรคเส้นเลือดสมองตีบตัน เป็นโรคที่ดำเนินไปอย่างช้าๆ ที่อาจไม่มีอาการ และแทบจะไม่มีสัญญาณเตือนใดๆ หรือมีอาการปวดหัวอย่างรุนแรงเฉียบพลัน อาการเหน็บชาตามร่างกาย แขนขาอ่อนแรง ชา ปากเบี้ยว ลิ้นแข็ง เป็นต้น จึงมีความเสี่ยงสูงที่จะทำให้เส้นเลือดที่โป่งพองนั้นแตก หากเป็นแล้วไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกต้อง อาจเกิดภาวะแทรกซ้อน คือ หลอดเลือดสมองแตกจนเลือดออกในสมอง อาจนำไปสู่ภาวะอัมพฤกษ์ อัมพาต หรือการเสียชีวิตได้อย่างกะทันหัน
โรคเส้นเลือดในสมองโป่งพอง (Cerebral Aneurysm) เกิดจากความผิดปกติและการเสื่อมสภาพของผนังเส้นเลือดในสมองบางตำแหน่งมีลักษณะบางกว่าบริเวณอื่น เมื่อมีความดัน หรือมีกระแสเลือดไหลผ่านไประยะหนึ่งจะทำให้บริเวณผนังหลอดเลือดที่บางนั้นโป่งพองขึ้นคล้ายบอลลูน และอาจแตกออกได้ในเวลาต่อมา ซึ่งจะก่อให้เกิดการเลือดออกในชั้นใต้เยื่อหุ้มสมอง
สาเหตุที่ทำให้เกิดความเสื่อมสภาพของผนังหลอดเลือดนั้นส่วนใหญ่เกิดจากความเสื่อมของหลอดเลือดจากอายุที่มากขึ้น พบได้บ่อยและเป็นปัญหาที่สำคัญสำหรับผู้มีอายุ 40 ปีขึ้นไป การที่มีความดันโลหิตสูง เบาหวาน การสูบบุหรี่เป็นเวลานาน นอกจากนี้ยังมีสาเหตุอื่นๆ เช่น ความผิดปกติแต่กำเนิดที่ทำให้ผนังหลอดเลือดไม่แข็งแรง โรคถุงน้ำที่ไต ภาวะเส้นเลือดแดงใหญ่ตีบ การได้รับอุบัติเหตุทางสมองที่มีการบาดเจ็บของเส้นเลือดสมอง การใช้สารเสพติดบางชนิดที่มีผลให้หลอดเลือดเสื่อม
โดยทั่วไปโรคเส้นเลือดในสมองโป่งพองจะไม่แสดงอาการแต่อย่างใด อาการแสดงก็ต่อเมื่อเส้นเลือดแตก หรือมีการโป่งพองจนไปกดทับเนื้อเยื่อสมองหรือเส้นประสาทสมอง อาการของโรคหลอดเลือดสมองโป่งพอง ที่พบบ่อยที่สุด คือ อาการปวดหัวอย่างรุนแรงที่สุดในชีวิตแบบไม่เคยเป็นมาก่อนและเป็นแบบทันทีทันใด ร่วมกับอาการ คลื่นไส้ อาเจียน คอแข็ง ตามัว ชัก หนังตาตก สับสน หมดสติ หน้าเบี้ยวครึ่งซีก มีอาการเหน็บชาตามร่างกายครึ่งซีก พูดไม่ได้ พูดไม่ชัด รวมถึงมีอาการกลืนลำบาก และสำลักโดยมีกลุ่มอาการแบ่งออกได้ดังนี้
โรคนี้จะรู้ตัวได้ก็ต่อเมื่อมีอาการปวดศีรษะ หรือเกิดอาการที่แสดงออกมากแล้วเท่านั้น การตรวจสุขภาพจึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่จะทำให้ตรวจพบโรคเส้นเลือดสมองโป่งพองได้ โดยการตรวจอาศัยการถ่ายภาพรังสีด้วยวิธีการต่างๆ เช่น การเอกซเรย์คอมพิวเตอร์สมอง (CT Scan) การตรวจสมองด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI) และการตรวจหลอดเลือดสมองด้วยการฉีดสารทึบรังสี (Cerebral Angiography)
แพทย์จะพิจารณาถึงตำแหน่ง ขนาด และรูปร่างของเส้นเลือดที่โป่งพอง รวมถึงอายุ และสุขภาพของผู้ป่วยด้วย โดยเส้นเลือดสมองโป่งพองในสมองจะมีวิธีการรักษา ดังนี้
การป้องกันโรคหลอดเลือดสมองโป่งพองที่ดีคือ การตรวจสุขภาพประจำปี ควบคุมปัจจัยเสี่ยง เช่น งดอาหารเค็ม อาหารที่มีไขมันสูง ควบคุมความดันโลหิตให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ งดสูบบุหรี่ หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์ งดใช้สารเสพติดต่างๆ และรับการตรวจวินิจฉัยโรคหลอดเลือดสมองโป่งพองแต่เนิ่นๆ ทั้งนี้โรคเส้นเลือดโป่งพองในสมองเป็นภัยเงียบที่ไม่อาจทราบได้ล่วงหน้า หากมีอาการปวดหัวที่ผิดปกติควรรีบเข้าพบแพทย์เฉพาะทางด้านสมองและระบบประสาทเพื่อทำการตรวจวินิจฉัย และทำการรักษาก่อนที่อาการจะรุนแรง และยากต่อการรักษา