Center : ศูนย์หัวใจ
Article by : Dr. Sirapat Poonvutikul24 September 2025

หลายคนอาจจะคิดว่าภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะเป็นเรื่องที่ไกลตัว เป็นอาการธรรมดาที่ไม่ให้ความสนใจ แต่คุณทราบหรือไม่ว่านี่อาจเป็นอาการของภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ หนึ่งในโรคหัวใจที่พบได้บ่อยชนิดหนึ่ง และยังเป็นโรคที่พบได้ในทุกช่วงวัย ซึ่งไม่เพียงบั่นทอนคุณภาพชีวิตแต่ยังเป็นภัยคุกคาม ซึ่งความรุนแรงของโรคอาจส่งผลให้เสียชีวิตแบบกะทันหันได้ แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่าเมื่อไหร่ควรไปตรวจ อาการของโรคนี้เป็นอย่างไร มีวิธีการตรวจคัดกรองอย่างไร มาร่วมหาคำตอบไปพร้อมๆ กันค่ะ
สารบัญ
ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ (Arrhythmia) คือ ภาวะที่อัตราการเต้นของหัวใจมีความผิดปกติไปจากเดิม โดยทั่วไปอัตราการเต้นของหัวใจ จะอยู่ที่ประมาณ 60 - 100 ครั้งต่อนาที มีจังหวะการเต้นสม่ำเสมอ โดยหัวใจห้องข้างบนและข้างล่างจะเต้นในจังหวะที่สัมพันธ์กัน แต่เมื่อใดก็ตามที่หัวใจเต้นช้าผิดปกติ คือน้อยกว่า 60 ครั้งต่อนาที เต้นเร็วผิดปกติ คือเร็วกว่า 100 ครั้งต่อนาที หรือเต้นเป็นจังหวะไม่สม่ำเสมอ ไม่สัมพันธ์กัน มีหยุดบางช่วง นั่นหมายถึงว่าเกิดภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะขึ้น
โดยต้นเหตุที่ทำให้เกิดโรคนั้นหลักๆ มีทั้งจากการป่วยด้วยโรคหัวใจและหลอดเลือดหัวใจ เช่น โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ โรคหัวใจพิการแต่กำเนิด โรคความดันโลหิตสูง โรคลิ้นหัวใจผิดปกติ เป็นต้น โรคประจำตัว เช่น ไทรอยด์เป็นพิษ โรคเบาหวาน โรคอ้วน โรคไตวายเรื้อรัง เป็นต้น รวมทั้งพฤติกรรมการใช้ชีวิต อาหารบางอย่าง เช่น ชา กาแฟ น้ำอัดลม ช็อกโกแลต ปัจจัยแวดล้อม และพันธุกรรมล้วนมีส่วนทำให้เกิดโรคนี้ได้เช่นกัน
ซึ่งเราสามารถสังเกตอาการภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะเบื้องต้นได้ ถ้าเมื่อไรที่มีอาการผิดปกติ อาทิ ใจสั่น หัวใจเต้นไม่สม่ำเสมอ มีอาการเหนื่อย อ่อนเพลียไม่มีแรง เจ็บแน่นหน้าอก วูบ หน้ามืด เป็นลม จุดแน่นขึ้นคอ ลิ้นปี่ หรือ รู้สึกได้ว่าหัวใจเต้นผิดจังหวะ ควรรีบพบแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยหาสาเหตุ ที่แท้จริงต่อไป
การจะรู้ว่าเรามีภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะหรือไม่นั้น แพทย์จะวินิจฉัยจากอาการของผู้ป่วย ประวัติทางการแพทย์ และการตรวจร่างกาย เพื่อตรวจสอบจังหวะการเต้นของหัวใจเบื้องต้น หรืออาจทดสอบเพื่อหาปัจจัยที่กระตุ้นให้เกิดภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ เช่น โรคหัวใจ ปัญหาการทำงานของต่อมไทรอยด์ เป็นต้น โดยแพทย์อาจมีแนวทางในการวินิจฉัยการตรวจคัดกรองได้ดังต่อไปนี้
ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะที่ไม่ได้เป็นตั้งแต่เกิดสามารถป้องกันได้ ด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ทำให้หัวใจแข็งแรงขึ้น และลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจ รวมถึงเข้ารับการตรวจร่างกายประจำปีเพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีความผิดปกติของสารต่างๆ ในร่างกาย หรือถ้ามีอาการผิดปกติ อาทิ ใจสั่น หัวใจเต้นไม่สม่ำเสมอ มีอาการเหนื่อย อ่อนเพลียไม่มีแรง เจ็บแน่นหน้าอก วูบ หน้ามืด เป็นลม จุดแน่นขึ้นคอ ลิ้นปี่ หรือ รู้สึกได้ว่าหัวใจเต้นผิดจังหวะ ควรรีบพบแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยสาเหตุของการเกิดโรคนี้ต่อไป