Center : ศูนย์กระดูกสันหลัง
Article by : Dr. Parinya Bunyasonthikul13 September 2021

คุณเคยมีอาการเหล่านี้หรือไม่ ปวดคอ เคลื่อนไหวตัวได้ยาก และจะปวดมากขึ้นเวลานั่งหรือยืน ปวดตรงกลางคอ ร้าวมาปวดที่สะบักด้านในบริเวณไหล่ และปวดคอร้าวลงแขนที่มือ แล้วมีอาการชาร่วมด้วย นี่อาจเป็นสัญญาณเตือนของ โรคกระดูกสันหลังส่วนคอเสื่อม ซึ่งโรคนี้สามารถเป็นได้ในคนทุกเพศทุกวัย ไม่เพียงแต่เป็นผู้สูงอายุเท่านั้น หากอยู่ในอิริยาบถที่ต้องก้ม-เงยศีรษะ หรือหันคอมากเกินไปเป็นเวลานาน โดยไม่รู้เลยว่าพฤติกรรมคุ้นชินเหล่านี้ อาจส่งผลร้ายตามมาโดยไม่รู้ตัว
สารบัญ
โรคกระดูกสันหลังส่วนคอเสื่อม (Cervical spondylosis) เกิดจากความเสื่อมของกระดูกสันหลัง การเคลื่อนไหวคอ หรือการอยู่ในอิริยาบถที่ต้องก้ม-เงยศีรษะหรือหันคอมากเกินไปเป็นเวลานาน พบได้บ่อยจากการทำงานที่ต้องก้มคออยู่เป็นประจำ และอาจพบร่วมกับภาวะหมอนรองกระดูกคอเสื่อม หรือภาวะปวดเมื่อยกล้ามเนื้อจากออฟฟิศซินโดรม
โดยความเสื่อมนั้นเริ่มจากการเสื่อมของหมอนรองกระดูกซึ่งเกิดขึ้นแบบช้าๆ กินเวลาหลายปี ระหว่างนั้นจะมีอาการปวดคอ ต่อมาจะมีกระดูกงอก มีการหนาตัวของเส้นเอ็นซึ่งจะทำให้ช่องกระดูกสันหลังแคบลง และอาจไปกดทับเส้นประสาทหรือไขสันหลังได้
อาการแสดงของโรคนี้สามารถแบ่งเป็นอาการที่เกิดตามส่วนต่างๆ ดังนี้
อาการที่คอ: ปวดคอ บ่า หรือไหล่เรื้อรัง ผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการปวดร้าวไปจนถึงบริเวณท้ายทอยได้ อาการปวดนี้อาจบรรเทาได้ด้วยการนวดหรือฝังเข็ม แต่ก็มีการกลับมาเป็นซ้ำเรื่อยๆ ไม่หายขาด
อาการที่แขน: อาการแสดงที่แขนมีได้ 3 แบบ คือ อาการปวด ชา หรือการอ่อนแรงของกล้ามเนื้อ เกิดจากการที่เส้นประสาทสันหลังส่วนคอถูกรบกวน ผู้ป่วยอาจมีอาการปวดหรือชาลงมาตามบริเวณแขน ข้อศอก หรือนิ้วมือได้ การอ่อนแรงของกล้ามเนื้อก็มีลักษณะคล้ายอาการปวดและชา คือ จะมีการอ่อนแรงของกล้ามเนื้อมัดที่เลี้ยงด้วยเส้นประสาทเส้นที่ถูกกดทับนั้น บางรายมาพบแพทย์เพราะไม่สามารถใช้มือทำงานละเอียดอ่อนได้เหมือนเดิม เช่น การเซ็นชื่อเขียนหนังสือ การเล่นดนตรี หรือการติดกระดุม เป็นต้น
อาการที่ขา: หากมีการกดทับของไขสันหลังมักไม่มีอาการปวด แต่อาการจะแสดงออกในลักษณะการเดินที่ผิดปกติ เช่น ขาตึงผิดปกติ รู้สึกโคลงเคลงเหมือนล้มง่าย เดินก้าวสั้น เดินตามคนอื่นไม่ทัน ผู้ป่วยบางรายอธิบายว่าเดินเหมือนขาเป็นตะเกียบ หรือเดินเหมือนหุ่นยนต์ อาการเหล่านี้หากทิ้งไว้นานอาการอาจแย่ลงจนมีกล้ามเนื้อลีบจนกระทั่งไม่สามารถเดินได้ในที่สุด
สำหรับการตรวจวินิจฉัยโรคกระดูกสันหลังส่วนคอเสื่อม แพทย์จะสามารถวินิจฉัยได้จากการซักประวัติและตรวจร่างกายเป็นหลัก อาจมีการตรวจเพิ่มเติมเพื่อยืนยันการวินิจฉัย เช่น ตรวจด้วยเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT scan) หรือการตรวจคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI) ซึ่งช่วยในการตรวจวินิจฉัยอาการปวดคอที่ต้นเหตุได้
การรักษาขึ้นอยู่กับความรุนแรงของอาการ โดยเบื้องต้นแพทย์อาจแนะนำให้ผู้ป่วยบริหารกล้ามเนื้อและปรับกิจวัตรประจำวัน แต่หากอาการรบกวนการใช้ชีวิตประจำวันค่อนข้างมาก แพทย์อาจรักษาโดยใช้วิธีอื่นๆ ร่วมด้วย เช่น การใช้ยา การทำกายภาพบำบัด การลดอาการปวดด้วยการฉีดยาสเตียรอยด์เข้าโพรงประสาท แต่หากอาการไม่ดีขึ้น หรือในรายที่มีอาการรุนแรง แพทย์อาจพิจารณารักษาด้วยการผ่าตัดกระดูกสันหลังส่วนคอ เพื่อป้องกันความเสียหายของเส้นประสาทอย่างถาวร ได้แก่
ทั้งนี้ภาวะกระดูกสันหลังส่วนคอเสื่อม ควรได้รับการวินิจฉัยจากแพทย์เฉพาะทางด้านกระดูกสันหลังโดยเฉพาะ เพื่อเป็นการประเมินถึงระดับความรุนแรงและวางแผนการรักษาให้เหมาะสมในผู้ป่วยแต่ละคนต่อไป ซึ่งหากใครมีความกังวลว่าจะป่วยด้วยโรคนี้อย่าปล่อยไว้นานให้รีบพบแพทย์โดยด่วน