Center : ศูนย์อายุรกรรม , บริการทางการแพทย์ด้านการดูแลผู้สูงอายุ
Article by : Dr. Panuwat Wongtrakulruang9 March 2023

ผู้สูงอายุเป็นวัยที่มีการเปลี่ยนแปลงหลายอย่างทั้งทางกายภาพและระบบการทำงานต่างๆ ของร่างกาย และหนึ่งในปัญหาของผู้สูงอายุที่พบบ่อย คือ ความสามารถในการกลืนอาหารและน้ำนั้นลดลง และทำให้เกิดการสำลักตามมาได้ สาเหตุเบื้องต้นเกิดจากความผิดปกติของโครงสร้างและหน้าที่การทำงานของช่องปาก คอหอย หลอดอาหาร และกลไกของระบบประสาทที่ควบคุมการกลืน ส่งผลให้ความสามารถในการกลืนอาหารลดลง ทำให้ผู้สูงอายุเกิดภาวะกลืนลำบากมากยิ่งขึ้น
สารบัญ
การกลืนลำบากมีอยู่ 2 ลักษณะ คือ
ภาวะกลืนลำบากเริ่มตั้งแต่ในช่องปาก บางคนฟันไม่มี ต้องใส่ฟันปลอม บางคนเป็นอัมพฤกษ์ อัมพาต ปากเบี้ยว ลิ้นแข็ง หรือป่วยเป็นโรคพาร์กินสัน ทำให้การรับรู้ต่างๆ ของหลอดอาหารผิดปกติไป ทำให้เกิดภาวะสำลัก หรือสำลักเงียบได้ หรือการมีเนื้องอก มีก้อนเนื้อต่างๆ อยู่ตามหลอดอาหาร หรือยาวไปจนถึงกระเพาะอาหาร ทำเกิดการกลืนติด กลืนลำบากได้ ซึ่งแต่ละสาเหตุต้องแยกกัน โดยภาวะกลืนติด กลืนลำบากของแต่ละสาเหตุนั้น จะแสดงออกมาไม่เหมือนกัน บางสาเหตุมักจะกลืนติดของแข็งก่อน บางสาเหตุก็อาจจะกลืนติดของเหลวก่อน ซึ่งแพทย์จะประเมินหาสาเหตุ แล้วจึงหาทางรักษาแก้ไข
ในคนหนุ่มสาวมักจะไม่ค่อยเจอ แต่จะเจอบ่อยในผู้สูงอายุ เช่น บางคนกินลูกชิ้นเข้าไปหรือกินน้ำเข้าไป พอกลืนเข้าไป ร่างกายจะมีปฏิกิริยาตอบโต้อยู่ที่คอ มีระบบรับรู้ความรู้สึกอยู่ที่คอ ร่างกายจะไอขับออกมา เพื่อไม่ให้สิ่งแปลกปลอมเหล่านั้นลงไปที่หลอดลมหรือไปอุดกลั้นทางเดินหายใจ แต่ในผู้สูงอายุหลายๆ กลุ่มที่เป็นโรคบางอย่างนั้น พอระบบรับรู้ความรู้สึกเหล่านี้สูญเสียไป บางคนกินลูกชิ้นเข้าไป ลูกชิ้นหลุดเข้าไปในหลอดลมแล้วยังไม่รู้ตัวเลย ไม่มีการไอออก ไม่มีการสำลักออก ซึ่งเสี่ยงมากต่อการเสียชีวิต
คนในครอบครัว ผู้ใกล้ชิด หรือผู้ดูแล ควรต้องสังเกตพฤติกรรมในการรับประทานอาหารของผู้สูงอายุ เนื่องจากผู้สูงอายุจะไม่ค่อยบอกว่ามีปัญหาเรื่องการกลืน ถ้าผู้ดูแลสังเกตเห็นอาการเหล่านี้ได้ ถือเป็นสัญญาณเตือนที่ควรจะมาพบแพทย์ เช่น
ผู้สูงอายุที่มีภาวะกลืนลำบากจะเสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนได้ทั้งทางร่างกาย และจิตใจ ได้แก่
การประเมินที่ครอบคลุมทำให้ได้การวินิจฉัยที่แม่นยำ และสามารถวางแผนในเรื่องการรักษาและฟื้นฟูการกลืนได้อย่างเหมาะสม โดยแพทย์ ด้วยการซักประวัติ และการตรวจร่างกาย เช่น ความสามารถในการกลืนทั้งก่อนเกิดโรคและขณะปัจจุบัน อาการของภาวะกลืนลำบาก ประวัติโรคทางกายที่มีผลต่อความสามารถในการกลืน ตรวจร่างกายทางระบบประสาทที่สัมพันธ์กับตัวโรคของผู้ป่วย เป็นต้น
นอกจากนี้ อาจมีการตรวจประเมินการกลืน เป็นการคัดกรองเบื้องต้นเพื่อดูความสามารถในการกลืน และเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจเกี่ยวกับการกลืนที่ปลอดภัย เช่น การกลืนน้ำลาย การกลืนน้ำปริมาณน้อย และการกลืนน้ำปริมาณมาก รวมทั้งควรสังเกตอาการและอาการแสดงอื่นที่เป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการสำลักอาหารเข้าหลอดลม เช่น มีปัญหาเกี่ยวกับการหายใจ สายเสียงปิดไม่สนิท ความสามารถในการไอไม่เพียงพอ สมรรถภาพสมองลดลง หากสงสัยว่ามีการสำลักอาจส่งตรวจเพิ่มเติมโดยการใช้อุปกรณ์ต่าง ๆ ต่อไป
เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงในผู้สูงอายุทำให้เกิดภาวะกลืนลำบาก ผู้สูงอายุบางรายอาจมีอาการของภาวะกลืนลำบากเป็นครั้งคราว แต่หากอาการเหล่านี้มีมากจนมีภาวะแทรกซ้อน เช่น น้ำหนักลด มีภาวะขาดอาหารหรือขาดน้ำ รวมทั้งมีภาวะแทรกซ้อนในเรื่องปอดอักเสบ หรือความสามารถในการช่วยเหลือตนเองลดลง ผู้ป่วยเหล่านี้ควรได้รับการประเมินความสามารถในการกลืน รวมทั้งให้การรักษาที่เหมาะสม
หากพบว่าผู้สูงอายุมีอาการรับประทานอาหารไม่ค่อยลง น้ำหนักลด หรือรับประทานอาหารเหลือ เพราะรับประทานอาหารแข็งๆ ไม่ได้ ควรมาพบแพทย์หาสาเหตุ สำหรับอาการสำลัก ส่วนใหญ่จะเป็นน้ำ พอรับประทานน้ำหรืออาหารเหลวๆ แล้วเริ่มไอ ถือเป็นสัญญาณเตือนที่ควรจะมาพบแพทย์เช่นกัน
นพ.ภาณุวัฒก์ ว่องตระกูลเรือง
อายุรศาสตร์ผู้สูงอายุ
บริการทางการแพทย์ด้านการดูแลผู้สูงอายุ