Center : ศูนย์ทางเดินอาหารและตับ
Article by : Dr. Sombun Rungjiratananon1 June 2020

คุณเคยมีอาการเหล่านี้หรือไม่? จุกเสียดแน่นหรือเจ็บท้อง หิวก็ปวด อิ่มก็ปวด ปวดท้องกลางดึก ปวดท้องเป็นๆ หายๆ ถ่ายอุจจาระเป็นสีดำหรือมีเลือดออก หลายคนอาจคิดว่าอาการเหล่านี้เป็นแค่อาการของโรคกระเพาะอาหารธรรมดา แต่จริงๆ แล้วอาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณเตือนที่บ่งบอกว่าคุณกำลังเป็นโรคแผลในกระเพาะอาหารจากเชื้อแบคทีเรีย H.Pylori (เอช.ไพโลไร) ซึ่งหากปล่อยทิ้งไว้จะยิ่งเพิ่มความเสี่ยงให้เกิดโรคมะเร็งกระเพาะอาหารในอนาคตได้
สารบัญ
สาเหตุของการเกิดแผลในกระเพาะอาหารหรือทางการแพทย์เรียกว่า โรคแผลเปปติค (Peptic Ulcer) ซึ่งเกิดเป็นแผลบริเวณกระเพาะอาหารโดยตรง หรือเกิดเป็นแผลที่บริเวณลำไส้เล็กส่วนต้นซึ่งอยู่ติดกับกระเพาะอาหาร ร้อยละ 80 ของผู้ป่วยส่วนใหญ่จะประสบปัญหาการเป็นๆ หายๆ สาเหตุสำคัญคือมีการติดเชื้อแบคทีเรียชนิดหนึ่ง คือ เชื้อเฮลิโคแบคเตอร์ ไพโลไร หรือที่นิยมเรียกกันว่า “เอช.ไพโลไร H.Pylori”
เอช.ไพโลไร เป็นเชื้อแบคทีเรียที่ติดได้จากการรับประทานอาหารไม่ว่าจะจากน้ำลายของผู้ร่วมวงอาหาร เนื่องจากไม่ได้ใช้ช้อนกลางในการรับประทานอาหาร หรือดื่มน้ำที่ไม่สะอาด การรับประทานอาหารสุกๆ ดิบๆ ปิ้ง ย่าง เผา รวมถึงการรับประทานอาหารไม่ตรงเวลา หรืออาหารรสจัดบ่อยๆ ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้กระเพาะอาหารมีการอักเสบเรื้อรัง จนทำลายผนังเยื่อบุกระเพาะอาหารและลำไส้จนเกิดเป็นแผล และยังเป็นปัจจัยเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็งกระเพาะอาหาร ปัจจุบันพบว่าเชื้อแบคทีเรียชนิดนี้ดื้อยามากขึ้น ดังนั้นจึงมีความจำเป็นในการตรวจติดตามหลังจากรับประทานยาฆ่าเชื้อแล้ว
เพื่อให้มั่นใจว่ามีการติดเชื้อแบคทีเรีย H.Pylori จึงต้องทำการตรวจวินิจฉัย เพื่อที่จะรู้ที่มาและรักษาได้ตรงจุด ซึ่งวิธีการตรวจแบบมาตรฐานเดิม คือการส่องกล้องเข้าไปในกระเพาะอาหารผ่านทางปาก ที่เรียกว่า Gastroscopy แล้วตัดเนื้อเยื่อบุกระเพาะมาตรวจหาเชื้อด้วยเทคนิคต่างๆ แต่เนื่องจากเชื้อแบคทีเรีย H.Pylori สามารถผลิตเอนไซม์ Urease ซึ่งย่อย Urea ได้
ดังนั้นการตรวจวินิจฉัยในปัจจุบันมีวิธีการตรวจเชื้อที่เรียกว่า Urea Breath Test C-13 หรือการตรวจผ่านลมหายใจ โดยให้ผู้ป่วยรับประทานเม็ดยา Urea ที่เคลือบ 13c หากผู้ป่วยมีการติดเชื้อดังกล่าว จะเกิดการย่อยเม็ดยาได้แอมโมเนียออกมากับปัสสาวะและก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกมากับลมหายใจ ซึ่งผู้ป่วยจะได้รับการเก็บลมหายใจเพื่อนำไปตรวจวิเคราะห์ต่อไป
ทั้งนี้การตรวจ Urea Breath Test C-13 หรือการตรวจผ่านลมหายใจเป็นวิธีที่สะดวก รวดเร็ว ปลอดภัยและมีความแม่นยำสูง เพื่อเป็นการตรวจติดตามหลังการรักษาแล้วว่ายังมีเชื้ออยู่หรือไม่โดยไม่ต้องส่องกล้องซ้ำ
โรคแผลในกระเพาะอาหารจากเชื้อแบคทีเรีย H.Pylori สามารถรักษาและมีโอกาสหายขาดได้ ดังนั้นอย่าลืมสังเกตอาการที่คุณเป็นอยู่ หากเข้าข่ายอาการดังกล่าวเบื้องต้นอย่านิ่งนอนใจ ควรรีบพบแพทย์เพื่อรับคำปรึกษาและตรวจวินิจฉัย เพื่อจะได้รักษาได้อย่างทันท่วงที เพราะโรคดังกล่าวหากปล่อยทิ้งไว้นานในระยาวจะยิ่งเพิ่มความเสี่ยงให้เกิดโรคมะเร็งกระเพาะอาหารได้
นพ.สมบุญ รุ่งจิรธนานนท์
อายุรศาสตร์โรคระบบทางเดินอาหาร/อายุรศาสตร์
ศูนย์ทางเดินอาหารและตับ