Center : ศูนย์นครธน กิฟท์ เฟอร์ทิลิตี้
Article by : Assoc. Prof. Phattaraphum Phopphong4 September 2024

NGS (Next Generation Sequencing) เป็นหนึ่งเทคนิคในการตรวจหาความผิดปกติของยีนและโครโมโซม สามารถนำมาใช้เพื่อคัดกรองตัวอ่อนที่ได้จากการทำเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ คือ เด็กหลอดแก้วที่พันธุกรรมผิดปกติออกไป ก่อนการย้ายกลับสู่โพรงมดลูก เพิ่มโอกาสการตั้งครรภ์ ช่วยลดเสี่ยงโรคทางพันธุกรรม
สารบัญ
ในทุกเซลล์ของมนุษย์ จะมีหน่วยที่เล็กที่สุดที่เรียกว่า “หน่วยพันธุกรรม” หรือ “ยีน” ซึ่งยีนเหล่านี้จะทำหน้าที่ในการควบคุมลักษณะแสดงออกภายนอกร่างกาย เช่น สีผิว สีของดวงตา การทำงาน หรือการสร้างอวัยะต่างๆ ในร่างกาย โดยที่ยีนเหล่านี้จะเรียงต่อกันเป็นสายที่ขดกันเป็นแท่ง โดย 1 แท่ง จะเรียกว่า “โครโมโซม” โดยใน 1 เซลล์ของมนุษย์ จะมี 23 คู่โครโมโซม ซึ่ง 22 คู่แรก จะควบคุมการสร้างอวัยวะต่าง ๆ ของร่างกาย ส่วนคู่ที่ 23 จะเป็นโครโมโซมเพศ
โครโมโซมหรือยีนผิดปกติ อาจจะทำให้เกิดการแท้ง เด็กเสียชีวิตในครรภ์ หรือแม้กระทั้งเด็กคลอดออกมาแล้วมีความพิการแต่กำเนิด
ตัวอ่อนระยะบลาสโตซิสท์ หรือระยะวันที่ 5-6 นักวิทยาศาสตร์ตัวอ่อนจะใช้เครื่องมือพิเศษในการดึงเซลล์มาประมาณ 5-7 เซลล์จากตัวอ่อน ที่มีเซลล์ทั้งหมดประมาณ 50-100 เซลล์ ไปตรวจโครโมโซม โดยหลังจากที่ดึงเซลล์ออกมาตรวจแล้ว ตัวอ่อนจะถูกแช่แข็งไว้เพื่อรอผลการตรวจ ก่อนนำมาย้ายกลับเข้าโพรงมดลูก พอรู้ผลว่าโครโมโซมปกติหรือไม่ เราก็จะเลือกตัวอ่อนที่ปกติ ย้ายกลับเข้าไปในมดลูก
ความเสี่ยงต่อความผิดปกติทางพันธุกรรมเป็นปัจจัยสำคัญอย่างหนึ่งที่จะส่งผลต่อความสำเร็จของการตั้งครรภ์จากการทำเด็กหลอดแก้ว ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มโอกาสการตั้งครรภ์ให้มากขึ้น ซึ่งตรวจโครโมโซมตัวอ่อน NGS เป็นเทคนิคที่ช่วยคัดกรองเพิ่มให้แพทย์สามารถเลือกตัวอ่อนสำหรับการย้ายเข้าโพรงมดลูก เพื่อเพิ่มโอกาสสำเร็จของการตั้งครรภ์ได้ในผู้ที่เคยล้มเหลวจากการทำเด็กหลอดแก้วในหลายรอบของการรักษาที่ผ่านมา