ศูนย์ : ศูนย์มะเร็ง
บทความโดย : นพ. กิตติพงษ์ อุดมดำรงกุล13 กรกฎาคม 2026

โรคมะเร็งสามารถเกิดได้จากทั้งปัจจัยทางพันธุกรรมและพฤติกรรมการใช้ชีวิต โดยโรคมะเร็งพันธุกรรมเกิดจากยีนก่อโรคมะเร็งที่ถ่ายทอดภายในครอบครัว ส่วนพฤติกรรมเสี่ยงมะเร็งมักเกี่ยวข้องกับการสูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์ รับประทานอาหารไม่เหมาะสม พักผ่อนน้อย และขาดการออกกำลังกาย การเข้าใจปัจจัยเสี่ยงทั้งสองด้านจะช่วยให้สามารถดูแลสุขภาพ วางแผนป้องกัน และตรวจคัดกรองโรคมะเร็งได้อย่างเหมาะสม
เมื่อคนในครอบครัวเป็นโรคมะเร็ง หลายคนมักสงสัยว่าโรคนี้สามารถถ่ายทอดทางสายเลือดได้หรือไม่ แต่หากพูดถึงข้อเท็จจริง มีเพียงร้อยละ 5-10 เท่านั้นที่มีสาเหตุมาจากพันธุกรรม ซึ่งเกิดจากความผิดปกติของยีนก่อโรคมะเร็งที่สามารถส่งต่อจากพ่อแม่สู่ลูกได้ ทำให้ผู้ที่มียีนนี้มีความเสี่ยงเกิดโรคสูงกว่าคนทั่วไป โดยมักเริ่มมีอาการก่อนอายุ 50 ปี อย่างไรก็ตาม การได้รับยีนพันธุกรรมไม่ได้การันตีว่าจะต้องป่วยเป็นมะเร็งเสมอไป ดังนั้น การตระหนักรู้ถึงประวัติสุขภาพครอบครัว ควบคู่กับการดูแลตัวเองเพื่อลดพฤติกรรมเสี่ยงมะเร็งจึงเป็นแนวทางสำคัญที่จะช่วยให้ประเมินความเสี่ยงและวางแผนป้องกันดูแลสุขภาพเชิงรุกได้อย่างมีประสิทธิภาพ
สารบัญ
ในทางกลับกัน โรคมะเร็งส่วนใหญ่กว่าร้อยละ 90-95 เกิดจากปัจจัยภายนอกที่ไม่เกี่ยวข้องกับการถ่ายทอดทางพันธุกรรม โดยมีพฤติกรรมเสี่ยงมะเร็งเป็นตัวกระตุ้นหลักในการทำให้เซลล์ปกติเกิดการกลายพันธุ์และเจริญเติบโตอย่างควบคุมไม่ได้ พฤติกรรมเหล่านี้มักสะสมมาเป็นเวลานานจนก่อให้เกิดโรคในที่สุด โดยมีปัจจัยกระตุ้นที่สำคัญ ได้แก่
เมื่อเปรียบเทียบชนิดของโรคมะเร็ง จะพบว่า โรคมะเร็งบางกลุ่มมีความเด่นชัดในการถ่ายทอดสู่คนในครอบครัว ในขณะที่บางกลุ่มเป็นผลพวงจากพฤติกรรมอย่างชัดเจน
ลองมาดูกันว่าระหว่างมะเร็งทางพันธุกรรม VS มะเร็งจากพฤติกรรมและสิ่งแวดล้อม สาเหตุของการเกิดโรคมีความแตกต่างกันอย่างไรบ้าง
การตรวจคัดกรองมะเร็งสามารถเลือกให้เหมาะสมกับสาเหตุและความเสี่ยงของแต่ละบุคคล ดังนี้
ใช้วิธีวิเคราะห์รหัสพันธุกรรมผ่านการเจาะเลือดหรือเก็บตัวอย่างน้ำลาย เพื่อค้นหาความเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็งที่ส่งต่อผ่านทางพันธุกรรม เช่น ยีน BRCA สำหรับมะเร็งเต้านม หรือกลุ่ม Lynch Syndrome สำหรับโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ เพื่อช่วยคาดการณ์ความเสี่ยงที่แฝงอยู่ ตั้งแต่ก่อนโรคแสดงอาการ
เน้นตรวจหาความผิดปกติของอวัยวะต่าง ๆ ตามช่วงอายุและพฤติกรรมเสี่ยงมะเร็ง ได้แก่
ผู้ที่ไม่มีความเสี่ยงอาจไม่จำเป็นต้องเข้ารับการตรวจยีนทุกราย แต่หากคุณมีลักษณะตรงกับเช็กลิสต์ดังต่อไปนี้ ควรพิจารณาเข้ารับคำปรึกษาจากแพทย์เพื่อประเมินความเสี่ยงทางพันธุกรรม
ไม่ว่าโรคมะเร็งจะเกิดจากพันธุกรรมที่ส่งต่อมาตามสายเลือด หรือเกิดจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตและสิ่งแวดล้อมรอบตัว สิ่งสำคัญที่จะช่วยเพิ่มโอกาสในการเข้าสู่กระบวนการดูแลรักษาอย่างทันท่วงทีและลดความรุนแรงของโรค คือการตรวจพบความผิดปกติในระยะเริ่มต้น รวมถึงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเสี่ยงควบคู่ไปกับการตรวจสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ เช่น การตรวจคัดกรองโรคมะเร็งเต้านมและโรคมะเร็งปากมดลูก หากมีความกังวลเกี่ยวกับประวัติสุขภาพของคนในครอบครัว หรือต้องการวางแผนดูแลสุขภาพเชิงรุก สามารถเข้ารับการปรึกษาเรื่องโรคมะเร็งกับทีมแพทย์เพื่อรับคำแนะนำที่เหมาะสมเฉพาะบุคคลได้ทันที
A: โรคมะเร็งส่วนใหญ่ไม่ได้สืบทอดทางสายเลือด มีเพียงร้อยละ 5-10 เท่านั้นที่เป็นมะเร็งพันธุกรรม ซึ่งเกิดจากความผิดปกติของยีน ส่วนที่เหลือกว่าร้อยละ 90-95 มักจะมาจากพฤติกรรมและสิ่งแวดล้อมที่เกิดจากการสะสมความเสียหายของเซลล์ในภายหลัง
A: ไม่จำเป็นเสมอไป แม้ลูกจะได้รับการถ่ายทอดยีนผิดปกติที่ก่อให้เกิดมะเร็งทางพันธุกรรมจากพ่อแม่ แต่ก็หมายถึงการมีความเสี่ยงสูงกว่าคนทั่วไปเท่านั้น ไม่ได้การันตีว่าจะต้องป่วยเป็นโรคมะเร็งเสมอไป การดูแลสุขภาพและการเข้ารับการตรวจคัดกรองอย่างสม่ำเสมอจะช่วยลดโอกาสเกิดโรคได้
A: โดยทั่วไปแนะนำให้เริ่มปรึกษาแพทย์เพื่อพิจารณาตรวจยีนความเสี่ยงเมื่ออายุประมาณ 18-25 ปีขึ้นไป หรือควรเข้ารับการตรวจล่วงหน้า 5-10 ปี ก่อนช่วงอายุที่น้อยที่สุดของสมาชิกในครอบครัวที่เริ่มป่วยเป็นมะเร็ง เพื่อให้สามารถวางแผนการติดตามและดูแลสุขภาพเชิงรุกได้อย่างทันท่วงด
A: ช่วยได้เป็นอย่างมาก แม้เราจะไม่สามารถแก้ไขรหัสพันธุกรรมที่ติดตัวมาตั้งแต่กำเนิดได้ แต่การหลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยงมะเร็ง เช่น การงดสูบบุหรี่ ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน และออกกำลังกายสม่ำเสมอ จะช่วยลดปัจจัยกระตุ้นภายนอก ไม่ให้เข้าไปเร่งยีนที่มีความผิดปกติแฝงอยู่ให้แสดงผลออกมาก่อโรคได้เร็วขึ้