ศูนย์ : ศูนย์หัวใจ
16 กรกฎาคม 2025

คุณทราบหรือไม่ว่า โรคหัวใจและหลอดเลือด เป็นสาเหตุสำคัญที่นำไปสู่การเจ็บป่วยและเสียชีวิตในปัจจุบัน? การตรวจสุขภาพเชิงรุกจึงเป็นกุญแจสำคัญในการค้นหาและป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต ก่อนที่จะสายเกินไป นอกเหนือจากการตรวจไขมันทั่วไป เช่น LDL (ไขมันไม่ดี) HDL (ไขมันดี) คอเลสเตอรอลรวม หรือไตรกลีเซอไรด์แล้ว ยังมีการตรวจเฉพาะทางที่ช่วยให้เราเข้าใจความเสี่ยงของตนเองได้อย่างชัดเจน นั่นคือ การตรวจสารบ่งชี้ความสัมพันธ์การเกิดโรคหัวใจ หรือ การตรวจ Lipoprotein (a) (Lp(a)) จากเลือด ซึ่งสามารถตรวจพบความเสี่ยงโดยรวมของโรคหัวใจและหลอดเลือดได้ตั้งแต่ระยะเริ่ม เพื่อวางแผนดูแลสุขภาพได้อย่างเหมาะสม
สารบัญ
Lipoprotein (a) เป็นอนุภาคไลโปโปรตีนที่มีโครงสร้างคล้ายกับ LDL แต่มีส่วนประกอบเพิ่มเติมที่เรียกว่า apolipoprotein(a) หรือ apo(a) ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับพลาสมีโนเจน (plasminogen) ซึ่งเป็นโปรตีนที่เกี่ยวข้องกับการสลายลิ่มเลือด การที่ Lp(a) มีโครงสร้างคล้ายคลึงกับพลาสมีโนเจน ทำให้มันเข้าไปรบกวนกระบวนการสลายลิ่มเลือดตามธรรมชาติของร่างกาย และส่งเสริมการก่อตัวของลิ่มเลือด
การตรวจ Lp(a) มักจะไม่รวมอยู่ในการตรวจไขมันในเลือดทั่วไป (lipid profile) แต่จะถูกแนะนำในบางกรณีเพื่อประเมินความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือดที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบุคคลที่
ระดับ Lp(a) ที่สูงถือเป็นปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญและเป็นอิสระต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด ซึ่งหมายความว่าแม้คุณจะควบคุมระดับไขมัน LDL ได้ดี หรือไม่มีปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ ระดับ Lp(a) ที่สูงก็ยังคงเพิ่มความเสี่ยงของคุณได้ โดยทั่วไป ระดับ Lp(a) ที่สูงกว่า 50 mg/dL (หรือ 125 nmol/L) ถือว่ามีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญต่อโรคหัวใจและหลอดเลือด ระดับที่สูงกว่า 100 nmol/L (ประมาณ 30 mg/dL) ก็อาจบ่งชี้ถึงความเสี่ยงสูงเช่นกัน ควรปรึกษาแพทย์เพื่อตีความผลการตรวจและวางแผนการดูแลที่เหมาะสม
โดยทั่วไปแล้ว การตรวจ Lipoprotein (a) ไม่จำเป็นต้องงดน้ำหรืออาหาร ก่อนการเจาะเลือด คุณสามารถรับประทานอาหารและดื่มเครื่องดื่มได้ตามปกติ อย่างไรก็ตาม หากแพทย์มีการสั่งตรวจระดับไขมันชนิดอื่น ๆ ร่วมด้วย เช่น คอเลสเตอรอลรวม, LDL-C, HDL-C หรือไตรกลีเซอไรด์ แพทย์อาจแนะนำให้งดอาหารเป็นเวลา 8-12 ชั่วโมงก่อนการเจาะเลือด เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่แม่นยำยิ่งขึ้น
สิ่งสำคัญที่คุณควรทำคือ แจ้งแพทย์เกี่ยวกับประวัติการใช้ยา ทั้งยาประจำตัว ยาที่ซื้อเอง วิตามิน อาหารเสริม หรือสมุนไพร รวมถึง ประวัติทางการแพทย์อื่น ๆ ที่สำคัญ เพื่อให้แพทย์ประเมินความเหมาะสมของการตรวจและตีความผลได้อย่างถูกต้อง
การตรวจ Lp(a) ทำได้โดยการ เจาะเลือดจากเส้นเลือดดำ บริเวณแขน ซึ่งเป็นขั้นตอนที่รวดเร็วและปลอดภัย ตัวอย่างเลือดที่ได้จะถูกส่งไปยังห้องปฏิบัติการเพื่อทำการวิเคราะห์และวัดระดับ Lp(a) ในเลือด โดยปกติแล้ว คุณจะได้รับผลการตรวจภายในประมาณ 7 วันทำการ ซึ่งระดับ Lp(a) จะถูกรายงานในหน่วย มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร (mg/dL) หรือ นาโนโมลต่อลิตร (nmol/L)
การสรุปผลการตรวจ Lipoprotein (a) จะแตกต่างจากระดับไขมันทั่วไป เนื่องจาก ระดับ Lipoprotein (a) ส่วนใหญ่ถูกกำหนดโดยพันธุกรรม และมักจะค่อนข้างคงที่ตลอดชีวิตหลังวัยเด็ก ดังนั้น จึงไม่มี "ค่าปกติ" ที่ตายตัวสำหรับทุกคนแบบเดียวกับไขมันชนิดอื่น ๆ อย่างไรก็ตาม ระดับ Lp(a) ที่สูงกว่า 30 mg/dL หรือ 75 nmol/L ถือเป็นค่าที่ บ่งบอกถึงความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้น ต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด รวมถึงโรคหลอดเลือดสมองในอนาคต
สิ่งสำคัญคือการปรึกษาแพทย์เพื่อตีความผลการตรวจ แพทย์จะพิจารณาระดับ Lp(a) ของคุณร่วมกับปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ ทั้งหมดที่คุณมี เช่น ประวัติครอบครัว โรคประจำตัว พฤติกรรมการใช้ชีวิต เพื่อประเมินความเสี่ยงโดยรวมและวางแผนการดูแลสุขภาพที่เหมาะสมที่สุดสำหรับคุณต่อไป
การตรวจ Lipoprotein (a) (Lp(a)) มีข้อดีหลายประการที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการประเมินและจัดการความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือด โดยเฉพาะในกลุ่มบุคคลบางกลุ่มที่การตรวจไขมันพื้นฐานอาจยังไม่เพียงพอ ข้อดีหลักๆ มีดังนี้
การตรวจ Lipoprotein (a) จะเป็นข้อมูลสำคัญให้แพทย์สามารถประเมินความเสี่ยงของคุณได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น และวางแผนการป้องกันหรือรักษาที่เหมาะสม เพื่อช่วยให้คุณลดโอกาสในการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดในอนาคต หากคุณอยู่ในกลุ่มเป้าหมายเหล่านี้ หรือมีความกังวลเกี่ยวกับสุขภาพหัวใจและหลอดเลือดของตนเอง ควรปรึกษาแพทย์เพื่อขอคำแนะนำเกี่ยวกับการตรวจ โดยสามารถส่งข้อมูลปรึกษาแพทย์ออนไลน์ได้เลย