ศูนย์ : ศูนย์หัวใจ
บทความโดย : นพ. ศิรพัชร์ พูนวุฒิกุล4 ตุลาคม 2021

โรคหลอดเลือดหัวใจตีบตันเป็นการเจ็บป่วยที่สำคัญของคนไทยในปัจจุบัน โดยมีอัตราการเจ็บป่วยและอัตราการเสียชีวิตที่เกิดจากโรคนี้มากขึ้น ส่วนใหญ่หลายคนเข้าใจว่าเกิดจากการสะสมของไขมันเพียงอย่างเดียว แต่แท้จริงแล้วการเกิดหลอดเลือดหัวใจตีบตันยังเกิดจากการสะสมของแคลเซียม หรือ “คราบหินปูน” ได้เช่นเดียวกัน โดยคราบแคลเซียมหรือหินปูนที่เกาะอยู่ในผนังหลอดเลือดหัวใจ แม้เพียงเล็กน้อยก็เพิ่มความเสี่ยงต่อโรคเส้นเลือดหัวใจตีบตัน และนำไปสู่ภาวะหัวใจวายฉับพลันได้
สารบัญ
คราบหินปูน หรือ แคลเซียมในร่างกายที่สะสมทับถมกันจนกลายเป็นก้อนแข็งๆ เกิดได้จากหลายสาเหตุทั้งจากการเสื่อมโดยธรรมชาติของแคลเซียมในร่างกาย ที่สะสมจนกลายเป็นก้อนแข็ง หรืออาจเกิดจากกลไกของร่างกาย สร้างแคลเซียมมาป้องกันบริเวณที่เกิดการอักเสบ นอกจากนี้ยังอาจแฝงตัวมากับคราบไขมัน และเกาะติดบริเวณหลอดเลือด ทำให้หลอดเลือดแข็งและตีบตันการไหลเวียนเลือดไปสู่หัวใจลดน้อยลง
โรคหลอดเลือดหัวใจตีบหรือตัน เกิดจากความเสื่อมของเส้นเลือด เนื่องจากการสะสมของไขมันและคราบหินปูนไปเกาะเส้นเลือดแดงจนอาจเกิดการอุดตันส่งผลให้หลอดเลือดตีบ ทำให้เลือดไหลเวียนไปหล่อเลี้ยงหัวใจได้น้อยลงหรือไม่เพียงพอ เป็นเหตุให้เกิดภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด ซึ่งผู้ป่วยมักจะมีอาการเจ็บแน่นหน้าอกหนักๆ หายใจติดขัด เหนื่อยง่าย เวียนศีรษะ อาการเหล่านี้อาจนำไปสู่ภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันและเสียชีวิตแบบเฉียบพลันได้
อาการที่พบได้จากโรคหลอดเลือดหัวใจตีบนี้ คือ เจ็บแน่นหน้าอกร้าวไปไหล่ซ้ายและแขนซ้าย บางรายอาจร้าวขึ้นไปตามคอ อาการจะเป็นมากขึ้นเมื่อออกแรง แต่เมื่อนั่งพักจะดีขึ้น ในรายที่มีหลอดเลือดหัวใจตีบมากจนตัน จะทำให้กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดอย่างรุนแรงจนเกิดภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตาย ซึ่งจะมีอาการเจ็บแน่นหน้าอกอย่างรุนแรง กระสับกระส่าย เหงื่อออก ตัวเย็น หากนำส่งโรงพยาบาลไม่ทันอาจทำให้เสียชีวิตได้
ไม่มีใครรู้ได้เลยว่าคราบหินปูนเหล่านี้จะเริ่มก่อตัวขึ้นภายในหลอดเลือดของเราเมื่อใด กว่าจะรู้ส่วนใหญ่ก็เมื่อปรากฏอาการโรคหลอดเลือดหัวใจตีบตันที่ชัดเจน หรือหากโชคร้ายกว่านั้นก็อาจพบหลังประสบภาวะหัวใจวายไปแล้ว การตรวจหาคราบหินปูนหลอดเลือดหัวใจ จึงเป็นวิธีที่ดีที่สุดที่จะช่วยให้เรารู้ทัน และเตรียมพร้อมรับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้
การตรวจหาคราบหินปูนหลอดเลือดหัวใจ (CT Calcium Score) เป็นการตรวจปริมาณแคลเซียมที่ผนังของหลอดเลือดหัวใจ โดยใช้เครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ความเร็วสูง (CT Scan) และคำนวณหาปริมาณแคลเซียมที่เกาะภายในผนังหลอดเลือดแดง เพื่อใช้บ่งบอกแนวโน้มถึงโอกาสในการที่จะเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจว่ามีมากน้อยเพียงใด ก่อนที่จะมีอาการกล้ามเนื้อหัวใจตาย
ผลการตรวจ CT Calcium Score ได้ค่าระหว่าง 0-400 หมายถึงมีโอกาสเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจต่ำ ถึงปานกลาง ส่วนผลการตรวจ Calcium Score ได้ค่าตั้งแต่ 400 ขึ้นไปอาจมีภาวะหลอดเลือดตีบแอบแฝงอยู่ ภายในระยะเวลา 2-5 ปี เสี่ยงหลอดเลือดหัวใจตีบสูงมาก แม้ว่าจะมีอาการหรือไม่ก็ตาม
การรักษาโรคหลอดเลือดหัวใจตีบหรือตัน สามารถทำได้โดยแพทย์จะทำการฉีดสีสวนหัวใจ เพื่อดูหลอดเลือดหัวใจตีบหรือตันที่จุดใดก่อนที่จะเริ่มทำการรักษาต่อไป ได้แก่
เพราะโรคที่เป็นภัยเงียบมักอันตรายเสมอ การตรวจหาคราบหินปูนหลอดเลือดหัวใจ จะช่วยให้แพทย์สามารถประเมินสถานการณ์และวางแผนการรักษาที่เหมาะสม เพื่อลดความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตด้วยกลุ่มโรคหลอดเลือดหัวใจได้ในอนาคต