ศูนย์ : ศูนย์ทางเดินอาหารและตับ
บทความโดย : นพ. สมบุญ รุ่งจิรธนานนท์13 กันยายน 2021

มะเร็งตับ ยังคงเป็นปัญหาด้านสุขภาพที่สำคัญสำหรับชีวิตคนไทยในปัจจุบัน เนื่องจากมีผู้เสียชีวิตเป็นจำนวนมากด้วยโรคนี้ สาเหตุหลักมาจาก ไวรัสตับอักเสบบี และซี รวมไปถึงการดื่มแอลกอฮอล์ ส่งผลให้เกิดการอักเสบของตับเรื้อรัง กลายเป็นตับแข็ง และมะเร็งตับในที่สุด โรคนี้หากตรวจพบในระยะเริ่มต้น สามารถรักษาได้ ปัจจุบันมีการนำเทคโนโลยีอื่นๆ มาใช้ในการรักษามะเร็งตับหลายวิธีนอกเหนือไปจากการผ่าตัดมะเร็งตับ หนึ่งในวิธีนั้นคือ การรักษามะเร็งตับด้วยการจี้ด้วยความร้อน (Radiofrequency Ablation: RFA) อีกทางเลือกในการรักษาที่ไม่ต้องผ่าตัด พักฟื้นน้อย
สารบัญ
การรักษามะเร็งตับด้วยการจี้ด้วยความร้อน หรือ การรักษามะเร็งตับด้วยคลื่นความถี่สูง (Radiofrequency Ablation: RFA) คือ การรักษามะเร็งที่เกิดจากตับหรือที่ลุกลามมาจากอวัยวะอื่น และมะเร็งตับที่ไม่สามารถผ่าตัดได้ เป็นวิธีรักษาที่ใช้ความร้อน ไปทำลายเนื้อเยื่อที่เป็นเป้าหมายสำคัญผ่านทางเข็ม วิธีการรักษานี้ไม่ซับซ้อนและมีผลข้างเคียงน้อย
เครื่อง Radiofrequency Ablation: RFA ประกอบด้วยตัวผลิตพลังงานวิทยุ เข็มแบบพิเศษ (radiofrequency needle) แผ่นรองรับกระแสไฟฟ้าลงดิน (ground pad) ตัวเครื่อง โดยชนิดของเข็ม Radiofrequency Ablation (RFA) จะถูกออกแบบแตกต่างกันออกไป แต่มีจุดประสงค์หลักเดียวกัน คือสามารถส่งพลังงานความร้อนไปสู่ก้อนมะเร็งตับได้อย่างทั่วถึง และทำลายก้อนมะเร็งนั้น
เป็นวิธีการทำลายก้อนเนื้อ ด้วยการสอดเข็มขนาดเล็กเข้าไปในตับเพื่อให้ปลายเข็มวางอยู่ตำแหน่งของก้อนมะเร็งเป้าหมาย โดยอาศัยการนำทางด้วยเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์หรืออัลตราซาวด์ จากนั้นจะให้พลังงานที่เรียกว่า Radio Frequency (RF) ผ่านเข็มเข้าสู่ก้อนเนื้อ ซึ่งจะทำให้เกิดความร้อนภายในตัวก้อนเนื้อโดยจะได้รับอุณหภูมิสูงเกือบ 100 องศาเซลเซียส วิธีการนี้ก็เปรียบเสมือนการเผาก้อนเนื้อในตับ ซึ่งมีผลกระทบต่อเนื้อตับส่วนดีน้อยที่สุด
มีข้อดี คือ ไม่ต้องผ่าตัด เพียงแต่ใช้ยาชาเฉพาะที่ หรือใช้ยานอนหลับในปริมาณเล็กน้อย ใช้เวลาพักฟื้นในโรงพยาบาล 1-2 วันเท่านั้น ผู้ป่วยเกือบทั้งหมดสามารถกลับไปทำกิจกรรม หรือทำงานได้ตามปกติภายในระยะเวลาอันรวดเร็ว ทั้งนี้การทำ RFA นี้ถือเป็นการรักษาที่มีความปลอดภัยสูง มีผลข้างเคียงต่ำเมื่อเทียบกับการผ่าตัด ส่วนผลการรักษานั้น จะสามารถทำลายมะเร็งตับในอัตราที่ใกล้เคียงกับการผ่าตัด อัตรารอดชีวิตสูงเท่ากับการผ่าตัด
วิธีนี้เหมาะสำหรับการใช้รักษาได้ทั้งก้อนมะเร็งที่เกิดจากตับหรือลุกลามมาจากที่อื่น ผู้ป่วยมะเร็งตับที่มีก้อนขนาดเล็กกว่า 5 เซนติเมตร และมีจำนวนไม่เกิน 3 ก้อน รวมไปถึงข้อบ่งชี้อื่นๆ ได้แก่
ผู้ป่วยจำเป็นต้องเข้าพักในโรงพยาบาล ก่อนรักษา 1 วัน เพื่อเตรียมความพร้อม ได้แก่
เมื่อเสร็จสิ้นการรักษา ผู้ป่วยจำเป็นต้องนอนราบบนเตียงนิ่งๆ เป็นเวลาประมาณ 4-6 ชั่วโมง เพื่อป้องกันการตกเลือด ถ้าไม่มีอาการแทรกซ้อน แพทย์จะอนุญาตให้กลับบ้านได้ ผู้ป่วยสามารถอาบน้ำได้ตามปกติและเปลี่ยนผ้าพันแผล ซึ่งต้องปิดแผลไว้อีก 1-2 วัน ด้วยพลาสเตอร์ปิดแผล โดยไม่ต้องมีการทำความสะอาดแผล สามารถทำกิจวัตรประจำวัน และทำงานได้ตามปกติยกเว้นงานหนัก เช่น แบกหามของหนัก หรือเล่นกีฬาที่ต้องออกแรงมาก หากมีอาการปวดให้ทานยาแก้ปวด แต่หากแผลมีลักษณะอักเสบหรือบวมให้กลับมาพบแพทย์
การรักษามะเร็งตับด้วยการจี้ด้วยความร้อน RFA เป็นการรักษาอีกทางเลือกหนึ่งที่ช่วยเพิ่มโอกาสของการรักษาในผู้ป่วยที่มีข้อจำกัดจากการรักษาด้วยวิธีอื่น ทั้งนี้เพื่อป้องกันการเกิดมะเร็งตับควรตรวจเช็คสุขภาพประจำปี และไม่เพียงแต่ตรวจเช็คเลือดเท่านั้น การทำอัลตราซาวด์ช่องท้องส่วนบน จะเป็นเครื่องมือที่คุ้มค่าที่จะใช้ตรวจพบมะเร็งระยะแรกของตับ เมื่อพบก้อนขนาดเล็กก็จะให้ผลการรักษาที่ดีได้