ศูนย์ : ศูนย์อายุรกรรม (เบาหวาน)
บทความโดย : พญ. สุภัทรา ปวรางกูร29 พฤษภาคม 2020

เบาหวาน (Diabetes Mellitus) เป็นโรคที่หลายคนคุ้นหูและมักพบได้ในผู้สูงอายุ แต่ปัจจุบันกลับมีแนวโน้มพบมากขึ้นในคนวัยทำงานและวัยรุ่น หลายคนอาจมองว่าโรคนี้เป็นเรื่องไกลตัว แต่แท้จริงแล้วพฤติกรรมการใช้ชีวิต พฤติกรรมการบริโภคอาหารที่ไม่เหมาะสม การขาดการออกกำลังกายส่งผลโดยตรงต่อความเสี่ยงของโรคนี้ ซึ่งโรคเบาหวานไม่ได้เป็นเพียงแค่โรคหนึ่งที่เกิดขึ้นแล้วรักษาหายได้ง่าย ๆ แต่มันเป็นโรคที่ต้องอยู่กับเราตลอดชีวิตหากไม่ได้รับการควบคุมที่ดี ดังนั้น การมีความรู้เกี่ยวกับโรคเบาหวาน อาการ สาเหตุ วิธีป้องกันนี้ ไม่เพียงแต่ช่วยให้เราป้องกันตัวเอง แต่ยังช่วยให้เราดูแลและให้คำแนะนำการรักษากับคนที่เรารักได้อย่างถูกต้อง
สารบัญ
โรคเบาหวาน (Diabetes) คือ ภาวะที่ร่างกายมีระดับ น้ำตาลในเลือดสูงกว่าปกติ เนื่องจากการขาดฮอร์โมนอินซูลินหรือมีภาวะดื้อต่ออินซูลิน (ข้าว,แป้ง) โปรตีนและไขมัน สามารถเกิดขึ้นได้ทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยง อาทิ น้ำหนักตัวมากกว่าปกติ มีญาติสายตรงเป็นโรคเบาหวาน ชอบรับประทานหวาน ขาดการออกกำลังกาย ซึ่งเบาหวานเป็นภัยเงียบที่คุกคามต่อสุขภาพ ก่อเกิดโรคและอาการแทรกซ้อนขึ้นอย่างที่คุณไม่รู้ตัว
โรคเบาหวานแบ่งออกเป็น 4 ชนิดหลัก ได้แก่
หากสงสัยว่าตัวเองมีความเสี่ยงเป็นเบาหวานหรือไม่ คุณสามารถสังเกตได้ ดังนี้
สังเกตจากอาการโรคเบาหวาน โดยอาการคนเป็นเบาหวานอาจจะไม่มีอาการใดๆ เลยก็ได้ โดยสามารถสังเกตอาการเบื้องต้น ได้แก่ ปัสสาวะบ่อย โดยเฉพาะตอนกลางคืน กระหายน้ำมากกว่าปกติ หิวบ่อยและกินมากขึ้นแต่ยังน้ำหนักลด เหนื่อยง่าย อ่อนเพลีย ไม่มีแรง สายตาพร่ามัว มองเห็นไม่ชัด แผลหายช้า ติดเชื้อง่าย คันผิวหนัง หรือผิวแห้งผิดปกติ ชาปลายมือปลายเท้า (เส้นประสาทถูกทำลาย) หากมีอาการเหล่านี้หลายข้อ แนะนำให้พบแพทย์เพื่อตรวจเลือดคัดกรองโรคเบาหวาน
ปัจจัยเสี่ยงโรคเบาหวาน ได้แก่ ผู้ที่มีอายุ 35 ปีขึ้นไป แม้จะไม่มีอาการแสดง มีน้ำหนักตัวมากกว่าปกติ หรือมีภาวะอ้วน (BMI มากกว่า 25) รอบเอวเกินมาตรฐาน (ผู้ชาย >90 ซม., ผู้หญิง >80 ซม.) มีญาติสายตรง อาทิ บิดา มารดา พี่น้องสายเลือดเดียวกันเป็นเบาหวาน มีภาวะความดันโลหิตสูง (140/90mmHg หรือมากกว่า) หรือมีระดับไขมันในเลือดผิดปกติ เช่น เอช ดี แอล (ไขมันดี) มีค่า 38 มก.% หรือต่ำกว่า ไตรกลีเซอไรด์มีค่า 250 มก.% หรือสูงกว่า รวมไปถึงผู้ที่ไม่มีกิจกรรมสุขภาพ หรือออกกำลังกายน้อยกว่า 3 ครั้ง/สัปดาห์ ผู้หญิงที่มีภาวะถุงน้ำที่รังไข่ โดยบุคคลเหล่านี้ควรได้รับการตรวจสุขภาพคัดกรองโรคเบาหวาน
โดยใช้วิธีการตรวจเบาหวาน วัดระดับน้ำตาลในเลือด (FBS) เพื่อวิเคราะห์สาเหตุ
การรักษาโรคเบาหวานประกอบไปด้วย การควบคุมอาหาร โดยปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคให้ถูกต้องและต่อเนื่อง กินอาหารให้ครบทุกหมวดหมู่ เลี่ยงอาหารที่มีไขมัน และน้ำตาลสูง โดยกำหนดจากปริมาณพลังงานที่ร่างกายสมควรได้รับในแต่ละวัน รวมทั้งการออกกำลังกายอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ อย่างน้อยวันละ 30 นาที ความถี่ในการออกกำลังกายควรเป็น 3-5 วันต่อสัปดาห์ รวมให้ได้ 150 นาทีต่อสัปดาห์ โดยเริ่มต้นควรทำวันเว้นวัน หรือ 2-3 วันต่อสัปดาห์ เป็นต้น
นอกจากการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมแล้ว ศูนย์อายุรกรรม (เบาหวาน) โรงพยาบาลนครธน มีแนวทางการรักษาโรคด้วยยาเบาหวานชนิดรับประทาน การฉีดยาจะมีหลายชนิด เช่น ฉีดยาอินซูลิน และ GLP1RA แต่ละชนิดจะมีระยะเวลาที่ออกฤทธิ์ เพื่อลดระดับน้ำตาลในเลือดให้มีค่าใกล้เคียงกับระดับปกติอยู่ตลอดเวลา ทั้งนี้การพิจารณาว่าผู้ป่วยจะได้รับยาประเภทใด จะเป็นดุลยพินิจของแพทย์ ชนิดของเบาหวานที่เป็นร่วมด้วย
โรคแทรกซ้อนต่อหลอดเลือดขนาดเล็ก
โรคแทรกซ้อนต่อหลอดเลือดขนาดใหญ่
เบาหวาน ถึงแม้จะเป็นโรคเรื้อรังที่ต้องได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่อง แต่หากมีความรู้และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมให้เหมาะสม ก็สามารถใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขและมีคุณภาพ การเข้าใจถึงต้นเหตุของโรค วิธีการควบคุมโรค และการตรวจคัดกรองโรคเบาหวานเป็นกุญแจสำคัญในการมีชีวิตที่แข็งแรงและสมบูรณ์ ศูนย์อายุรกรรม (เบาหวาน) โรงพยาบาลนครธน ให้บริการทั้งตรวจวินิจฉัย รักษา และการให้คำแนะนำในการดูแลสุขภาพอย่างเหมาะสม แบบองค์รวม ด้วยทีมแพทย์เฉพาะทาง และทีมสหสาขาวิชา ร่วมกับบุคลากรทางการแพทย์ที่มีความชำนาญด้านโรคเบาหวานและภาวะแทรกซ้อนโดยเฉพาะ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด
ช่องทางติดต่อโรงพยาบาลนครธน:
- - Website : https://www.nakornthon.com
- - Facebook : Nakornthon Hospital
- - Line : @nakornthon
- - Tel: 02-450-9999 (ตลอด 24 ชั่วโมง)