สายตาผิดปกติมีกี่แบบ? สาเหตุ อาการ และวิธีแก้ไขที่ควรรู้
ศูนย์ : ศูนย์จักษุ
บทความโดย : พญ. วิภาวี วงษ์ไชยคณากร
การมองเห็นที่เปลี่ยนแปลงไปอาจเกิดขึ้นได้โดยไม่รู้ตัว บางคนเริ่มสังเกตว่ามองป้ายหรือวัตถุที่อยู่ไกลไม่คมชัด ขณะที่บางคนอ่านหนังสือหรือมองหน้าจอในระยะใกล้แล้วรู้สึกไม่สบายตา ต้องหยีตา หรือมีอาการปวดตาร่วมด้วย อาการเหล่านี้อาจเกี่ยวข้องกับ สายตาผิดปกติ หรือภาวะที่ดวงตาไม่สามารถรวมแสงให้ภาพตกลงบนจอประสาทตาได้อย่างเหมาะสม ค่าสายตาผิดปกติที่พบได้ทั่วไปมีหลายประเภท โดยแต่ละประเภทมีลักษณะของการมองเห็นและแนวทางแก้ไขแตกต่างกัน ตั้งแต่สายตาสั้น สายตายาวโดยกำเนิด สายตาเอียง ไปจนถึงสายตายาวตามอายุ การทำความเข้าใจว่าตนเองมีปัญหาสายตาแบบใด จึงเป็นพื้นฐานสำคัญในการเลือกวิธีแก้ไขที่เหมาะสม
สารบัญ
ค่าสายตาปกติคืออะไร?
ค่าสายตาปกติ หรือ Emmetropia หมายถึงภาวะที่ดวงตาสามารถมองเห็นวัตถุทั้งระยะใกล้และระยะไกลได้อย่างชัดเจน โดยไม่จำเป็นต้องใช้แว่นตาหรือคอนแทคเลนส์ เมื่อแสงเข้าสู่ดวงตาแล้วสามารถรวมไปตกบริเวณจุดรับภาพบนจอประสาทตาได้อย่างพอดี
ในกรณีที่มีค่าสายตาสั้นหรือสายตายาวเพียงเล็กน้อย เช่น ไม่เกินประมาณ ±0.50 และยังสามารถมองเห็นได้ค่อนข้างชัดโดยไม่มีอาการผิดปกติ อาจไม่จำเป็นต้องใช้แว่นช่วยในบางกรณี ส่วนสายตาเอียงที่มีค่าไม่เกินประมาณ 0.75 D และยังมองเห็นได้ชัดโดยไม่มีอาการเวียนศีรษะหรือปวดตา ก็อาจยังไม่จำเป็นต้องแก้ไขทันที
สำหรับเด็กที่มีสายตายาวโดยกำเนิดเพียงเล็กน้อย หากยังไม่มีอาการผิดปกติ ดวงตาอาจสามารถปรับโฟกัสเพื่อช่วยให้มองเห็นได้ จึงอาจยังไม่จำเป็นต้องรีบแก้ไข ทั้งนี้การประเมินค่าสายตาควรพิจารณาตามแต่ละบุคคล
สายตาผิดปกติมีกี่แบบ?
-
สายตาสั้น (Myopia)
- สายตาสั้นเป็นภาวะที่แสงจากวัตถุเมื่อเข้าสู่ดวงตาแล้วถูกรวมให้ไปตกบริเวณด้านหน้าของจอประสาทตา ส่งผลให้ผู้ที่มีภาวะนี้สามารถมองเห็นสิ่งที่อยู่ใกล้ได้ดีกว่า แต่เมื่อมองวัตถุที่อยู่ไกล ภาพจะไม่คมชัด
- สาเหตุหนึ่งอาจมาจากรูปร่างของลูกตาที่มีความยาวมากเกินไป หรือกระจกตามีความโค้งมากเกินไป ทำให้ตำแหน่งที่แสงรวมตัวไม่ตรงกับจุดรับภาพบนจอประสาทตา
- ปัจจัยที่อาจเกี่ยวข้องกับการเกิดสายตาสั้น ได้แก่ พันธุกรรมจากพ่อแม่ รวมถึงพฤติกรรมการใช้สายตาในระยะใกล้เป็นเวลานาน เช่น อ่านหนังสือ ใช้งานคอมพิวเตอร์ หรือใช้โทรศัพท์มือถือ
- หากเริ่มรู้สึกว่าต้องหยีตาเพื่อมองสิ่งที่อยู่ไกล หรือมองป้ายและรายละเอียดต่าง ๆ ไม่ชัดเจน ควรตรวจวัดสายตาเพื่อประเมินว่ามีค่าสายตาสั้นหรือไม่
-
สายตายาวโดยกำเนิด (Hyperopia)
- สายตายาวโดยกำเนิด หรือ Hyperopia เกิดจากกำลังในการรวมแสงของดวงตาน้อยเกินไปเมื่อเทียบกับความยาวของลูกตา โดยอาจเกี่ยวข้องกับกระจกตาที่แบนเกินไป หรือลูกตามีขนาดสั้นเกินไป เมื่อแสงผ่านเข้าสู่ดวงตา ตำแหน่งที่แสงรวมตัวจึงอยู่ด้านหลังจอประสาทตา ส่งผลให้การมองเห็นทั้งระยะใกล้และระยะไกลอาจไม่ชัดเจน
- แนวทางการแก้ไขสามารถใช้เลนส์นูนเพื่อเพิ่มกำลังในการรวมแสง ทำให้ภาพสามารถตกลงบนจอประสาทตาได้อย่างเหมาะสม
- สายตายาวโดยกำเนิดจึงแตกต่างจากสายตายาวตามอายุ แม้ชื่อจะมีความคล้ายกัน แต่สาเหตุและลักษณะของภาวะทั้งสองไม่เหมือนกัน
-
สายตาเอียง (Astigmatism)
- สายตาเอียงเกิดจากกำลังในการรวมแสงของดวงตาในแต่ละแนวไม่เท่ากัน โดยมักเกี่ยวข้องกับลักษณะความโค้งของกระจกตาที่ไม่กลมสม่ำเสมอ สามารถเปรียบเทียบลักษณะความโค้งได้กับด้านข้างของไข่หรือลูกรักบี้
- ภาวะสายตาเอียงสามารถพบร่วมกับสายตาสั้นหรือสายตายาวโดยกำเนิดได้ และอาจทำให้ภาพที่มองเห็นมีลักษณะไม่คมชัดหรือเห็นภาพซ้อน การแก้ไขสายตาเอียงสามารถใช้ Cylindrical Lens หรือเลนส์ทรงกระบอก ซึ่งออกแบบให้ช่วยแก้ไขการรวมแสงในแต่ละแนวที่มีความแตกต่างกัน
- ดังนั้น หากรู้สึกว่าภาพที่มองเห็นไม่ชัด แม้ระยะมองจะเหมาะสม หรือมีอาการไม่สบายตาร่วมด้วย การตรวจวัดค่าสายตาจะช่วยให้ทราบว่ามีภาวะสายตาเอียงหรือค่าสายตาประเภทอื่นร่วมด้วยหรือไม่
-
สายตายาวตามอายุ (Presbyopia)
- สายตายาวตามอายุ หรือ Presbyopia เป็นภาวะที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงของดวงตาตามวัย โดยกล้ามเนื้อที่เกี่ยวข้องกับการปรับระยะมองใกล้และไกลเกิดการเสื่อมลง ขณะเดียวกันเลนส์แก้วตาจะเริ่มแข็งตัวและมีความยืดหยุ่นลดลง ผลที่ตามมาคือความสามารถในการปรับโฟกัสสำหรับการมองใกล้ลดลง จึงทำให้มองวัตถุระยะใกล้ได้ไม่ชัดเจนเหมือนเดิม ภาวะนี้มักเริ่มสังเกตเห็นอาการได้ในช่วงอายุประมาณ 40 ปีขึ้นไป
- สิ่งสำคัญ คือ สายตายาวตามอายุเป็นคนละภาวะกับสายตายาวโดยกำเนิด แม้ทั้งสองประเภทจะเกี่ยวข้องกับการมองเห็นระยะใกล้ แต่กลไกและช่วงเวลาที่เกิดแตกต่างกัน
วิธีแก้สายตาผิดปกติมีอะไรบ้าง?
การแก้ไขค่าสายตาผิดปกติมีหลายทางเลือก โดยสามารถพิจารณาตามประเภทและระดับของค่าสายตา รวมถึงความเหมาะสมของแต่ละบุคคล ดังนี้
-
แว่นตา
แว่นตาเป็นวิธีที่ใช้กันทั่วไปในการแก้ไขปัญหาค่าสายตา โดยเลนส์แว่นจะช่วยจัดการการรวมแสงให้ภาพไปตกบนจอประสาทตาได้เหมาะสมมากขึ้น
ข้อดีของแว่นตาคือใช้งานง่าย ดูแลรักษาไม่ยุ่งยาก และไม่จำเป็นต้องสัมผัสกับดวงตาโดยตรง อย่างไรก็ตาม อาจมีข้อจำกัดสำหรับผู้ที่ต้องทำกิจกรรมกลางแจ้งหรือประกอบอาชีพบางประเภทที่ต้องเคลื่อนไหวมาก เช่น นักกีฬา ทหาร หรือนักบิน
-
คอนแทคเลนส์
คอนแทคเลนส์เป็นอีกทางเลือกสำหรับผู้ที่ไม่สะดวกใส่แว่นตา โดยสามารถใช้แก้ไขสายตาสั้น สายตายาว และสายตาเอียงได้ อีกทั้งยังช่วยให้มองเห็นภาพในมุมกว้างและอาจเหมาะกับผู้ที่มีค่าสายตาของดวงตาทั้งสองข้างแตกต่างกันมาก
อย่างไรก็ตาม การใช้คอนแทคเลนส์จำเป็นต้องให้ความสำคัญกับความสะอาดและการดูแลรักษา เพราะหากดูแลไม่เหมาะสมอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อบริเวณกระจกตา ซึ่งอาจมีความรุนแรงได้
-
การผ่าตัดด้วยเลเซอร์
การผ่าตัดด้วยเลเซอร์เป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการแก้ไขค่าสายตา โดยสามารถใช้รักษาภาวะสายตาสั้น สายตายาว และสายตาเอียงได้ วิธีนี้เป็นการแก้ไขค่าสายตาด้วยการผ่าตัด จึงควรได้รับการประเมินความเหมาะสมก่อนเข้ารับการรักษา
-
การผ่าตัดใส่เลนส์เสริม
สำหรับผู้ที่มีค่าสายตามากและไม่สามารถแก้ไขด้วยวิธีเลเซอร์ อาจมีทางเลือกเป็นการผ่าตัดใส่เลนส์เสริม โดยเป็นการนำเลนส์แก้วตาเทียมเข้าไปภายในลูกตา และวางเลนส์เทียมไว้ด้านหน้าของเลนส์แก้วตาธรรมชาติ แนวทางนี้จึงเป็นอีกตัวเลือกหนึ่งสำหรับผู้ที่มีค่าสายตาสูงและไม่เหมาะกับการแก้ไขด้วยเลเซอร์
เมื่อไรควรตรวจค่าสายตา?
การเปลี่ยนแปลงของการมองเห็นไม่ควรถูกมองข้าม โดยเฉพาะเมื่อเริ่มรู้สึกว่าภาพที่เคยมองเห็นชัดกลับไม่ชัดเหมือนเดิม หรือมีอาการที่ทำให้การใช้สายตาในชีวิตประจำวันสะดุด การตรวจวัดค่าสายตาเป็นประจำสามารถช่วยให้ทราบว่ามีการเปลี่ยนแปลงของค่าสายตาหรือไม่ และช่วยให้สามารถพิจารณาวิธีแก้ไขได้อย่างเหมาะสม ควรตรวจเช็กค่าสายตาเป็นประจำทุกปี และหากพบความผิดปกติของการมองเห็น ควรเข้ารับการตรวจเพื่อประเมินปัญหาและหาแนวทางดูแลที่เหมาะสม
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับสายตาผิดปกติ (FAQ)
1:สายตาผิดปกติมีกี่ประเภท?
ตอบ: สายตาผิดปกติที่พบได้ทั่วไปแบ่งเป็น 4 ประเภทหลัก ได้แก่ สายตาสั้น (Myopia) สายตายาวโดยกำเนิด (Hyperopia) สายตาเอียง (Astigmatism) และสายตายาวตามอายุ (Presbyopia) โดยแต่ละประเภทมีสาเหตุและลักษณะการมองเห็นแตกต่างกัน
2:สายตาสั้น สายตายาว และสายตาเอียงแก้ไขได้อย่างไร?
ตอบ: แนวทางแก้ไขขึ้นอยู่กับประเภทของค่าสายตาและความเหมาะสมของแต่ละบุคคล โดยทางเลือกที่มี ได้แก่ แว่นตา คอนแทคเลนส์ การผ่าตัดด้วยเลเซอร์ และการผ่าตัดใส่เลนส์เสริมในผู้ที่มีค่าสายตามากและไม่สามารถแก้ไขด้วยเลเซอร์
3:ควรตรวจวัดค่าสายตาบ่อยแค่ไหน?
ตอบ: ตรวจเช็กค่าสายตาเป็นประจำทุกปี โดยเฉพาะเมื่อสังเกตว่าการมองเห็นเริ่มเปลี่ยนแปลง เพื่อประเมินปัญหาและหาแนวทางแก้ไขที่เหมาะสม
สายตาผิดปกติ เป็นปัญหาการมองเห็นที่มีหลายรูปแบบ และแต่ละประเภทมีลักษณะเฉพาะแตกต่างกัน หากเริ่มสังเกตว่าการมองเห็นไม่เหมือนเดิม ควรใส่ใจและเข้ารับการตรวจวัดค่าสายตาอย่างสม่ำเสมอ เพราะการตรวจพบความผิดปกติได้เร็วจะช่วยให้สามารถวางแนวทางดูแลและแก้ไขปัญหาการมองเห็นได้อย่างเหมาะสม
ปรึกษาปัญหาสุขภาพ
ไม่เสียค่าใช้จ่าย
บทความทางการแพทย์ศูนย์จักษุ
