วุ้นตาเสื่อม อาการแบบไหนควรระวัง? รู้สาเหตุ วิธีตรวจ และการดูแลดวงตา
ศูนย์ : ศูนย์จักษุ
บทความโดย : พญ. วิภาวี วงษ์ไชยคณากร
เคยไหม? เวลามองท้องฟ้า ผนังสีอ่อน หรือพื้นที่ที่มีแสงสว่าง กลับสังเกตเห็นจุดดำ เส้นเล็ก ๆ ลอยผ่านไปมา หนึ่งในสาเหตุที่เกี่ยวข้องกับอาการดังกล่าวคือ วุ้นตาเสื่อม ซึ่งเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของวุ้นตาภายในลูกตา ทำให้เกิดตะกอนหรือส่วนที่มีความทึบแสงและปรากฏเป็นเงาในลานสายตา โดยมักพบมากขึ้นเมื่ออายุมากขึ้น แม้อาการบางรายอาจค่อย ๆ ลดลงได้ แต่การเห็นจุดลอยหรือแสงวาบที่เกิดขึ้นใหม่ไม่ควรรีบสรุปว่าเป็นเพียงวุ้นตาเสื่อม เพราะในบางกรณีอาจมีความผิดปกติของจอประสาทตาเกิดขึ้นร่วมด้วย การตรวจโดยจักษุแพทย์จึงมีความสำคัญในการประเมินสาเหตุและความเสี่ยงของแต่ละบุคคล
สารบัญ
วุ้นตาเสื่อม คืออะไร?
ภายในลูกตาของเรามีส่วนที่เรียกว่า วุ้นตา (Vitreous)ซึ่งมีลักษณะคล้ายเจลและอยู่บริเวณโพรงลูกตา เมื่อเวลาผ่านไป วุ้นตาสามารถเกิดการเปลี่ยนแปลงตามสภาพของดวงตา โดยในภาวะวุ้นตาเสื่อม หรือ Vitreous Degeneration วุ้นตาจะมีการหดตัวและมีความทึบแสงมากขึ้น การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวทำให้เกิดตะกอนขนาดเล็กที่ลอยอยู่ภายในวุ้นตา เมื่อตะกอนเหล่านี้บดบังหรือรบกวนทางเดินของแสง จึงทำให้ผู้ที่มีภาวะวุ้นตาเสื่อมรับรู้เป็นจุด เส้น หรือเงาที่ลอยอยู่ในลานสายตา
อาการอาจสังเกตได้ชัดเป็นพิเศษเมื่อมองไปยังพื้นหลังที่มีสีสว่าง เช่น ท้องฟ้าหรือผนังสีอ่อน เพราะความแตกต่างระหว่างพื้นหลังกับเงาที่เกิดจากตะกอนในวุ้นตาทำให้มองเห็นได้ง่ายขึ้น นอกจากจุดหรือเงาลอยแล้ว บางรายอาจเห็นแสงวาบคล้ายฟ้าแลบหรือแสงแฟลช โดยเฉพาะในบริเวณที่มืด อาการนี้เป็นอีกสิ่งที่ควรให้ความสนใจ เนื่องจากอาจเกี่ยวข้องกับแรงดึงระหว่างวุ้นตากับจอประสาทตา
อาการวุ้นตาเสื่อม สังเกตได้อย่างไร?
ลักษณะอาการของแต่ละคนอาจแตกต่างกัน แต่สิ่งที่พบได้จากข้อมูลเกี่ยวกับวุ้นตาเสื่อมมีอยู่ 2 ลักษณะสำคัญ
-
เห็นจุดดำหรือเงาลอยไปมา
ผู้ที่มีภาวะวุ้นตาเสื่อมอาจเห็นสิ่งคล้ายจุดดำหรือเงาเล็ก ๆ เคลื่อนอยู่ในลานสายตา บางคนอาจมองเห็นเป็นเส้น เส้นขด หรือวงกลมแทนที่จะเป็นจุดเดียว สิ่งที่เห็นไม่ได้หมายความว่ามีวัตถุอยู่ตรงหน้าจริง ๆ แต่เป็นภาพของเงาที่สัมพันธ์กับตะกอนภายในวุ้นตา โดยตะกอนดังกล่าวเกิดจากเส้นใยโปรตีนภายในวุ้นตาที่รวมตัวกันและมีความขุ่นมากขึ้น หากลองสังเกต จะพบว่าอาการมักเด่นชัดขึ้นเมื่อมองไปยังสิ่งที่มีพื้นหลังสีสว่าง ดังนั้นบางคนจึงเพิ่งสังเกตพบความผิดปกติเมื่อมองท้องฟ้าหรือผนังสีอ่อน
-
เห็นแสงวาบในตา
อีกอาการที่ไม่ควรมองข้ามคือการเห็นแสงวาบ โดยอาจมีลักษณะคล้ายฟ้าแลบหรือแสงแฟลช และมักสังเกตได้มากขึ้นในบริเวณที่มืด ข้อมูลที่ให้มาระบุว่า อาการเห็นแสงวาบอาจสะท้อนถึงแรงดึงที่เกิดขึ้นระหว่างวุ้นตากับจอประสาทตา ดังนั้น หากมีอาการดังกล่าวเกิดขึ้นใหม่ ควรเข้ารับการตรวจเพื่อให้แพทย์ประเมินสภาพของวุ้นตาและจอประสาทตา ไม่ควรตัดสินจากอาการเพียงอย่างเดียวว่าเป็นวุ้นตาเสื่อมที่ไม่มีความเสี่ยง
สาเหตุวุ้นตาเสื่อม มีอะไรบ้าง?
วุ้นตาเสื่อมสามารถเกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงของดวงตาตามวัย รวมถึงมีปัจจัยอื่นที่เกี่ยวข้อง โดยข้อมูลต้นทางระบุไว้ 4 ปัจจัยสำคัญ
- อายุที่เพิ่มขึ้น เมื่ออายุมากขึ้น วุ้นตาจะค่อย ๆ เปลี่ยนแปลงสภาพและมีลักษณะเป็นของเหลวมากขึ้น กระบวนการนี้เกิดขึ้นตามกาลเวลา และเมื่อความเสื่อมชัดเจนขึ้น อาจทำให้เห็นจุดหรือเงาลอยในสายตาได้มากขึ้น ภาวะดังกล่าวพบได้โดยเฉพาะในผู้ที่มีอายุประมาณ 50 ปีขึ้นไป
- ภาวะสายตาสั้น สายตาสั้นเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการเกิดวุ้นตาเสื่อม ดังนั้นผู้ที่มีภาวะสายตาสั้น หากพบความเปลี่ยนแปลงของการมองเห็น เช่น เริ่มเห็นจุดดำหรือแสงวาบ ก็ควรให้ความสำคัญกับอาการดังกล่าว
- การอักเสบหรือการบาดเจ็บบริเวณดวงตา การอักเสบภายในลูกตา รวมถึงประวัติการได้รับอุบัติเหตุที่กระทบดวงตา อาจส่งผลต่อโครงสร้างของวุ้นตาและทำให้เกิดความเสื่อมได้เร็วขึ้น เช่น การถูกของแข็งกระแทกดวงตาหรือการได้รับบาดเจ็บอย่างรุนแรง
- ภาวะแทรกซ้อนหลังการผ่าตัดดวงตา ผู้ที่เคยผ่านการผ่าตัดดวงตา เช่น การผ่าตัดต้อกระจก อาจมีการเปลี่ยนแปลงของวุ้นตาที่เกี่ยวข้องกับภาวะวุ้นตาเสื่อมได้เช่นกัน
วุ้นตาเสื่อมอันตรายไหม?
อันตรายหรือไม่นั้น ภาวะวุ้นตาเสื่อมไม่ได้อยู่ที่การเห็นจุดลอยเพียงอย่างเดียว แต่ต้องดูด้วยว่ามีความผิดปกติของจอประสาทตาเกิดขึ้นร่วมกันหรือไม่ ในกรณีที่อาการเป็นเพียงจุดหรือเงาที่ลอยไปมา อาจสร้างความรำคาญและรบกวนกิจวัตรประจำวัน แต่สิ่งที่ต้องระวังคือการเปลี่ยนแปลงบริเวณวุ้นตาที่ส่งผลต่อจอประสาทตา หากเกิดแรงดึงบริเวณจอประสาทตาจนมีรูรั่วหรือรอยฉีกขาด อาจทำให้เกิดความผิดปกติในการมองเห็น เช่น เห็นแสงวาบหรือเงาดำ และหากปล่อยให้รอยดังกล่าวขยายตัว อาจนำไปสู่ปัญหาที่รุนแรงขึ้นได้ นอกจากนี้ หากมีปัญหาอื่นเกี่ยวกับดวงตาร่วมด้วย เช่น เบาหวานขึ้นตา การบาดเจ็บ หรือการติดเชื้อในดวงตา ก็อาจทำให้สถานการณ์ซับซ้อนขึ้นและส่งผลต่อความรุนแรงของปัญหาได้
เมื่อไรควรตรวจวุ้นตาและจอประสาทตา?
หากเริ่มพบความผิดปกติ เช่น เห็นจุดดำหรือเงาลอยในสายตา หรือมีอาการเห็นแสงแฟลช ควรพบจักษุแพทย์เพื่อหาสาเหตุ เหตุผลสำคัญคืออาการเหล่านี้ไม่สามารถใช้เพียงการสังเกตด้วยตนเองเพื่อแยกได้อย่างแน่นอนว่าเป็นวุ้นตาเสื่อมเพียงอย่างเดียว หรือมีปัญหาที่จอประสาทตาร่วมด้วย
การตรวจจะช่วยให้แพทย์ประเมินทั้งวุ้นตาและจอประสาทตาอย่างละเอียด โดยอาจต้องขยายรูม่านตาเพื่อให้สามารถตรวจบริเวณด้านในของดวงตาได้ชัดเจนขึ้น หลังได้รับยาขยายม่านตา ผู้เข้ารับการตรวจอาจมีอาการตาพร่าชั่วคราว และโดยข้อมูลที่ให้มา อาการดังกล่าวมักกลับเป็นปกติเมื่อยาหมดฤทธิ์ภายในประมาณ 4-6 ชั่วโมง
วุ้นตาเสื่อมหายเองได้ไหม?
ภาวะวุ้นตาเสื่อมอาจค่อย ๆ บรรเทาลงได้ภายในเวลาประมาณ 3 เดือน และสามารถหายได้เองหากไม่มีภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรง เช่น รูรั่วหรือรอยฉีกขาดบริเวณจอประสาทตา อย่างไรก็ตาม คำว่า “อาจหายเอง” ไม่ได้หมายความว่าควรปล่อยอาการโดยไม่ตรวจ เพราะสิ่งสำคัญที่สุดคือการตรวจให้แน่ชัดก่อนว่าบริเวณจอประสาทตาไม่มีความผิดปกติที่ต้องได้รับการดูแล หากตรวจพบรูรั่วหรือรอยฉีกขาด ผู้ป่วยควรเข้ารับการรักษาโดยเร็ว เพื่อป้องกันไม่ให้รอยดังกล่าวขยายตัวและนำไปสู่ความเสียหายที่รุนแรงขึ้น
การดูแลดวงตาเมื่อมีความเสี่ยงวุ้นตาเสื่อม
การดูแลสุขภาพดวงตาเป็นสิ่งที่ควรทำอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงหรือเริ่มพบความผิดปกติของการมองเห็น แนวทางที่สามารถนำไปปฏิบัติได้จากข้อมูลที่มี ได้แก่
- หลีกเลี่ยงการขยี้ตาแรง ๆ การขยี้ตาอย่างรุนแรงเป็นพฤติกรรมที่ควรหลีกเลี่ยง เพื่อช่วยลดโอกาสที่ดวงตาจะได้รับแรงกระทบโดยไม่จำเป็น
- ระมัดระวังกิจกรรมที่อาจทำให้ดวงตาบาดเจ็บ ผู้ที่ทำกิจกรรมที่มีความเสี่ยงต่อการกระแทกบริเวณดวงตาควรเพิ่มความระมัดระวัง เนื่องจากการบาดเจ็บเป็นหนึ่งในปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงของวุ้นตา
- หมั่นสังเกตความผิดปกติของการมองเห็น หากมีจุดดำ เงา เส้น หรือแสงวาบเกิดขึ้นใหม่ ควรใส่ใจและพิจารณาเข้ารับการตรวจ โดยเฉพาะเมื่ออาการมีความเปลี่ยนแปลงจากเดิม
- ตรวจสุขภาพตาเป็นประจำ เข้ารับการตรวจสุขภาพตากับจักษุแพทย์อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง โดยเฉพาะผู้ที่มีอายุมากกว่า 40 ปี
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับวุ้นตาเสื่อม (FAQ)
1:วุ้นตาเสื่อมมีอาการแบบไหน?
ตอบ: อาการที่พบได้คือเห็นจุดดำ เงา หรือเส้นลอยอยู่ในลานสายตา ซึ่งอาจมีรูปร่างเป็นเส้น เส้นขด หรือวงกลม นอกจากนี้อาจพบการเห็นแสงวาบคล้ายฟ้าแลบหรือแสงแฟลช โดยเฉพาะในบริเวณที่มืด
2:วุ้นตาเสื่อมอันตรายหรือไม่?
ตอบ: ภาวะนี้อาจไม่ได้รุนแรงในทุกกรณี แต่มีความสำคัญเพราะอาการบางอย่างอาจสัมพันธ์กับแรงดึงรั้งที่จอประสาทตา หากเกิดรูรั่วหรือรอยฉีกขาดและไม่ได้รับการดูแล อาจนำไปสู่จอตาหลุดลอกและส่งผลต่อการมองเห็นได้
3:หากเห็นจุดดำหรือแสงวาบ ควรทำอย่างไร?
ตอบ: ควรเข้ารับการตรวจจากจักษุแพทย์ โดยเฉพาะหากเป็นอาการที่เกิดขึ้นใหม่ เพื่อให้แพทย์ตรวจวุ้นตาและจอประสาทตาอย่างละเอียด การตรวจอาจต้องใช้ยาขยายม่านตา และอาจมีอาการตามัวชั่วคราวหลังตรวจ
หากพบจุดดำหรือเงาลอยที่เกิดขึ้นใหม่ หรือเริ่มเห็นแสงวาบในตา การเข้ารับการตรวจจากจักษุแพทย์เป็นทางเลือกที่ช่วยให้ทราบสาเหตุได้ชัดเจนและลดความเสี่ยงจากการปล่อยภาวะผิดปกติไว้โดยไม่ได้รับการประเมิน สำหรับผู้ที่ต้องการตรวจหรือปรึกษาเรื่องวุ้นตาเสื่อมสามารถเข้ารับบริการที่ศูนย์จักษุ โรงพยาบาลนครธน ซึ่งมีบริการตรวจวินิจฉัยและดูแลโรควุ้นตาเสื่อม รวมถึงโรคทางดวงตา โดยจักษุแพทย์เฉพาะทางและเทคโนโลยีสำหรับการตรวจรักษา
ปรึกษาปัญหาสุขภาพ
ไม่เสียค่าใช้จ่าย
บทความทางการแพทย์ศูนย์จักษุ
