ภาวะ“ลองโควิด” กับผลกระทบต่อสมองและระบบประสาท

ศูนย์ : ศูนย์สมองและระบบประสาท

บทความโดย : นพ. ชาญวิทย์ อนุเคราะห์วิทยา

ภาวะ“ลองโควิด” กับผลกระทบต่อสมองและระบบประสาท

ภาวะ “ลองโควิด” สำหรับผู้ป่วยโควิด-19 ที่หายแล้ว นอกจากจะมีผลต่อระบบทางเดินหายใจ ปอด และ อวัยวะอื่นๆ ของร่างกายแล้ว ยังมีผลกระทบต่อสมองและระบบประสาทอีกด้วย เช่น เกิดภาวะหลอดเลือดสมองตีบ สมองล้า และมีอาการสมาธิสั้น ทั้งนี้หลังจากหายป่วยโควิดแล้วหากมีอาการมึนงงสับสน ปวดศีรษะเรื้อรัง มีอาการอ่อนแรงหรือชาแขนขาข้างใดข้างหนึ่ง ให้เข้ามาพบแพทย์เพื่อตรวจเช็คสุขภาพร่างกาย และทำการรักษาให้ตรงกับปัญหาและอาการที่เกิดขึ้น


เชื้อโควิด-19 ทำร้ายสมองอย่างไร

นอกจากเชื้อโควิด-19 จะมีผลต่อระบบทางเดินหายใจ ปอด และ อวัยวะอื่นๆ ของร่างกายแล้ว ยังมีผลกระทบต่อสมองและระบบประสาทอีกด้วย ซึ่งอาจเกิดจากหลายปัจจัย เช่น การติดเชื้อโควิด-19 สามารถนำไปสู่ความเสียหายของเซลล์สมองแบบเฉียบพลันได้ ในช่วงเกิดการเจ็บป่วยอย่างรุนแรง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มผู้ป่วยไอซียู หรือ เกิดการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพของร่างกายของผู้ป่วยหลายๆ อย่างที่ส่งผลกระทบต่อการทำงานของสมองและระบบประสาท ตั้งแต่การมีไข้สูง ไปจนถึงการที่ร่างกายมีระดับออกซิเจนอยู่น้อยเกินไป ซึ่งทำให้ระบบอวัยวะทั้งหมดของร่างกายล้มเหลว หรือไม่ทำงานไปพร้อมๆ กัน ซึ่งอาจส่งผลให้สมองทำงานผิดปกติ

การที่ระบบภูมิคุ้มกันในตัวผู้ป่วย เกิดทำงานมากเกินไป ด้วยเจตนาที่จะยับยั้งและทำลายเชื้อไวรัส จนก่อให้เกิดอาการอักเสบผิดปกติขึ้นกับระบบประสาทหรือสมอง รวมทั้งการติดเชื้อโควิด-19 ทำให้เกิดอาการตีบ ตัน ของเส้นเลือด ซึ่งจะส่งผลต่อสมองหรือระบบประสาททันที


“ลองโควิด” กับอาการทางสมองและระบบประสาท

เมื่อหายจากโรคโควิด-19 แล้วอาการอักเสบผิดปกติขึ้นกับระบบประสาทหรือสมอง หรือเกิดอาการตีบ ตัน ของเส้นเลือดในสมองในช่วงของการติดเชื้อโควิด จะมีผลทำให้มีอาการหลงเหลืออยู่ได้ เนื่องจากระบบประสาทหรือสมองนั้นไม่สามารถฟื้นฟูกลับมาได้เหมือนดังเดิม ซึ่งอาจก่อให้เกิดอาการปวดศีรษะ มึนงงสับสน เกิดภาวะสมองล้า การสูญเสียความทรงจำในระยะสั้น และภาวะหลอดเลือดสมองตีบหรืออุดตัน มีอาการอ่อนแรงหรือชาแขนขาข้างใดข้างหนึ่ง หน้าเบี้ยว พูดไม่ได้หรือพูดไม่ชัด เป็นต้น


เช็คสัญญาณเตือนอาการลองโควิดทางสมอง

ผู้ที่ติดเชื้อโควิด-19 และได้รับการรักษาอย่างถูกวิธีจนหายแล้ว หากพบว่าตนเองมีอาการดังกล่าว หรืออย่างใดอย่างหนึ่ง ควรเข้าพบแพทย์

  • ปวดศีรษะ
  • มึนงงสับสน
  • มีอาการซึม
  • มีอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรง ชาตามร่างกาย หรือชาแขนขาข้างใดข้างหนึ่ง
  • หน้าเบี้ยว พูดไม่ได้หรือพูดไม่ชัด


ปรึกษาแพทย์ออนไลน์

วินิจฉัยได้อย่างไร

แพทย์จะวินิจฉัยจากลักษณะอาการ และตำแหน่งที่ปวดศีรษะเป็นหลัก เช่น เช่น ปวดตื้อๆ ปวดบีบๆ ปวดเหมือนมีอะไรมารัดศีรษะ เป็นต้น พร้อมทั้งดูว่ามีอาการอื่นร่วมด้วยหรือไม่ เช่น เห็นภาพซ้อน มีเสียงดังในหู นั้นอาจเป็นอาการที่แสดงว่าไม่ใช่ปวดศีรษะจากความเครียดธรรมดา ซึ่งในกรณีนี้จำเป็นจะต้องมีการตรวจพิเศษทางสมองเพิ่มเติม เช่น CT scan (เอกซเรย์คอมพิวเตอร์) หรือ MRI Brain (เอกซเรย์ด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า)


อาการปวดศีรษะจากกล้ามเนื้อตึงตัวรักษาด้วย TMS

เทคโนโลยีคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า TMS หรือ การกระตุ้นสมองด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า เป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการรักษาอาการปวดศีรษะจากกล้ามเนื้อตึงตัว (Tension Headache) เพื่อลดความรุนแรงของอาการปวดและความถี่ของการกำเริบ ควบคู่ไปกับการการหลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้น ได้แก่ ความเครียด การนอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอ โดยเทคโนโลยีคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า TMS มีความปลอดภัยสูงมาก เนื่องจากมีผลอยู่ในวงจำกัดที่แคบมาก เพียง 1-3 เซนติเมตร จากหัวกระตุ้น จึงไม่มีผลกระทบที่อันตรายต่ออวัยวะของร่างกาย

ในขั้นตอนการรักษานั้นจะนำหัวส่งคลื่นแม่เหล็กมาวางที่กล้ามเนื้อบริเวณที่ปวด ใช้เวลาเพียง 10-15 นาที โดยควรเข้ารับการรักษาอย่างต่อเนื่อง 1-2 ครั้งต่อสัปดาห์ ต่อเนื่องกันประมาณ 3-5 ครั้ง หรือตามดุลยพินิจของแพทย์ด้านสมองและระบบประสาทจะเป็นผู้ประเมินว่าต้องทำกี่ครั้งรวมถึงความถี่ในการทำต่อสัปดาห์ และจากการเข้ารับการรักษานั้น จะเริ่มเห็นผลประมาณครั้งที่ 2-3 เป็นต้นไป เมื่อทำเสร็จแล้วสามารถกลับบ้านได้เลยโดยไม่จำเป็นต้องพักฟื้นที่โรงพยาบาล ไม่สร้างบาดแผลหรือความเจ็บปวดใดๆ ขณะรักษาแก่ผู้ป่วย


ข้อห้ามในการรักษาด้วย TMS

ข้อห้ามหลักๆ คือ ห้ามใช้ในบุคคลที่ใส่เครื่องกระตุ้นไฟฟ้าหัวใจชนิดที่ฝังในร่างกาย หรือใส่เครื่องระบายน้ำในโพรงสมอง ผู้ป่วยที่เป็นโรคลมชักหรือมีประวัติชัก ผู้ป่วยที่มีความดันในกะโหลกศีรษะสูง และผู้ป่วยที่มีอวัยวะเทียมที่เป็นโลหะที่เพิ่งใส่มาไม่นาน

หากมีอาการปวดตื้อๆ หนักๆ ที่ขมับ หน้าผาก ปวดท้ายทอยมากกว่า 2 ครั้ง/สัปดาห์ และแต่ละครั้งปวดนานมากกว่า 3-4 ชั่วโมง หรือปวดรุนแรง หรือต้องใช้ยาแก้ปวดบ่อยมาก อย่าชะล่าใจปล่อยให้อาการรุนแรง ควรรีบมาพบแพทย์และทำการรักษาแต่เนิ่นๆ เพื่อให้กลับไปมีคุณภาพชีวิตที่ดีดังเดิม





ปรึกษาทุกปัญหาสุขภาพแบบออนไลน์
ไม่เสียค่าใช้จ่าย




Share :

บทความทางการแพทย์ศูนย์สมองและระบบประสาท

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เราใช้คุกกี้เพื่อนำเสนอคอนเทนต์และโฆษณาที่ท่านอาจสนใจเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์ของเราต่อไปโดยไม่ได้ปรับการตั้งค่าใดๆ เราเข้าใจว่าท่านยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์ของเรา คลิกเพื่อดูข้อเพิ่มเติม