ศูนย์ : ศูนย์หัวใจ
บทความโดย : นพ. ธิปกร ผังเมืองดี25 พฤษภาคม 2026

โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ หรือ เส้นเลือดหัวใจตีบ เป็นภาวะอันตรายที่ส่งผลต่อระบบการทำงานของหัวใจโดยตรง การหมั่นสังเกตอาการที่แสดงออกมาอย่างสม่ำเสมอจะช่วยให้ได้รับการวินิจฉัยและเข้าสู่กระบวนการรักษาหลอดเลือดหัวใจตีบได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งการดูแลโดยทีมแพทย์ผู้ชำนาญการและเทคโนโลยีที่ทันสมัยจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพความปลอดภัยและใช้ระยะเวลาพักฟื้นน้อยลง ทั้งยังช่วยให้สามารถกลับไปดำเนินชีวิตได้ตามปกติอีกครั้ง ทั้งนี้ผลลัพธ์ของการรักษาจะขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายและปัจจัยเฉพาะบุคคล
อาการเจ็บหน้าอก แน่นหน้าอก บริเวณอกข้างซ้ายหรือกลางอก เหมือนมีคนมากดทับ ถือเป็นอาการหลักของโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ บางรายที่มีอาการรุนแรงอาจถึงขั้นหมดสติ หรือหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน หากมีอาการเหล่านี้ควรรีบเข้ามาพบแพทย์เพื่อทำการตรวจและรักษาโดยด่วน ปัจจุบันการรักษาโรคหลอดเลือดหัวใจตีบสามารถทำได้หลายวิธี อีกทั้งเครื่องมือและเทคโนโลยีทางการแพทย์ในปัจจุบัน ยังทำให้สามารถประเมินแนวทางการรักษาได้อย่างเหมาะสม ทั้งแบบไม่ต้องผ่าตัดและแบบผ่าตัด โรคหลอดเลือดหัวใจตีบแม้เป็นโรคที่อันตราย แต่รักษาได้ เพียงรู้เท่าทันและเข้ารับการวินิจฉัยอย่างทันท่วงที
สารบัญ
โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ หรือในอีกชื่อหนึ่งคือเส้นเลือดหัวใจตีบ เป็นภาวะที่หลอดเลือดแดงซึ่งทำหน้าที่หล่อเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจเกิดการตีบแคบหรืออุดตัน ส่งผลให้เลือดไม่สามารถนำออกซิเจนไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจได้เพียงพอ ทำให้เกิดภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด ซึ่งหากปล่อยไว้อาจนำไปสู่ภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันและเป็นอันตรายถึงชีวิตได้
สาเหตุหลักของโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ เกิดจากการสะสมของคราบไขมัน คอเลสเตอรอล และหินปูน บริเวณผนังหลอดเลือดด้านใน ทำให้ผนังหลอดเลือดหนาตัวและรูหลอดเลือดแคบลง โดยปัจจัยเสี่ยงที่กระตุ้นให้เกิดโรคนี้ แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่
โรคหลอดเลือดหัวใจตีบอาการเบื้องต้นเป็นสิ่งที่ต้องหมั่นสังเกตให้ดี เพราะโรคนี้เปรียบเสมือนภัยเงียบที่กว่าจะรู้ตัวก็อาจมีอาการรุนแรงไปแล้ว ดังนั้นการรู้ถึงอาการเบื้องต้นจึงเป็นสิ่งสำคัญ สำหรับอาการที่พบบ่อย ได้แก่
เมื่อผู้ป่วยมาพบแพทย์ด้วยอาการต้องสงสัย แพทย์จะทำการซักประวัติ ตรวจร่างกาย และเลือกวิธีตรวจวินิจฉัยที่เหมาะสม เช่น
นอกจากนี้ ที่ศูนย์หัวใจ โรงพยาบาลนครธน ยังมีเทคโนโลยีขั้นสูงในการตรวจวินิจฉัย ได้แก่ การตรวจหาเส้นเลือดหัวใจตีบด้วยเครื่อง CT 443 Slices (CT Coronary) สำหรับการหารอยตีบในกรณีที่มีหินปูนไม่มาก การตรวจด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (Cardiac MRI) และเทคโนโลยี Biplane DSA (เครื่องเอกซเรย์หลอดเลือดชนิดสองระนาบ) ที่ช่วยให้แพทย์เห็นภาพหลอดเลือด 3 มิติอย่างคมชัด ลดการใช้สารทึบรังสี เพิ่มความปลอดภัยให้ผู้ป่วย
แนวทางการรักษาโรคหลอดเลือดหัวใจตีบขึ้นอยู่กับระดับความรุนแรงของโรคและดุลยพินิจของแพทย์ผู้ชำนาญการเฉพาะทาง
การทำบอลลูนหัวใจ (Balloon Angioplasty) หรือ การขยายหลอดเลือดหัวใจด้วยบอลลูนและใส่ขดลวดถ่างขยาย (Stent) เป็นวิธีที่ได้รับความนิยมสูง ไม่ต้องผ่าตัดใหญ่ แพทย์จะสอดสายสวนที่มีบอลลูนขนาดจิ๋วเข้าไปทางหลอดเลือด เมื่อถึงจุดที่ตีบจะทำการขยายบอลลูนเพื่อดันไขมันให้ชิดผนังหลอดเลือด และสอดใส่ขดลวดค้ำยันไว้ เลือดจึงไหลเวียนได้ปกติ
ที่โรงพยาบาลนครธน หัตถการนี้ดำเนินการในห้องปฏิบัติการสวนหัวใจ (Cath Lab) ที่ได้มาตรฐานระดับสากล พร้อมผสานการทำงานร่วมกับเครื่อง Biplane DSA ทำให้แพทย์มองเห็นหลอดเลือดที่มีความซับซ้อนและคดเคี้ยวได้อย่างแม่นยำในระหว่างการทำหัตถการ ส่งผลให้การรักษามีความปลอดภัยและมีประสิทธิภาพสูงสุด
การผ่าตัดบายพาสหัวใจ (Coronary Artery Bypass Grafting - CABG) เป็นการผ่าตัดเพื่อทำทางลัดหลอดเลือดใหม่ ข้ามจุดที่ตีบตัน เพื่อให้เลือดไหลเวียนได้ มักใช้ในกรณีที่หลอดเลือดตีบมากกว่า 70% มีการตีบหลายเส้น หรืออยู่ในตำแหน่งที่ไม่สามารถทำบอลลูนได้ ดำเนินการในห้องผ่าตัด และห้องพักผู้ป่วยวิกฤต (CCU) ที่ได้มาตรฐานระดับสากล ปัจจุบันการผ่าตัดบายพาสมี 2 รูปแบบหลัก คือ
ปัจจุบันแนวทางการรักษาถูกพัฒนาให้มีประสิทธิภาพและช่วยลดความกังวลของผู้ป่วยได้มากขึ้น ด้วยทีมแพทย์และพยาบาลผู้ชำนาญการเฉพาะทางที่มีประสบการณ์ในการดูแลผู้ป่วยโรคหัวใจโดยเฉพาะ
ในการรักษาหลอดเลือดหัวใจตีบโรงพยาบาลนครธนได้นำเทคโนโลยีเครื่องเอกซเรย์สำหรับตรวจวินิจฉัยและรักษาโรคหลอดเลือดชนิดสองระนาบ หรือไบเพลน (Biplane DSA) มาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษา
โรคหลอดเลือดหัวใจตีบเป็นภัยเงียบที่แฝงความอันตราย หากคุณหรือคนใกล้ชิดมีอาการเจ็บหน้าอก หรือแน่นหน้าอกเฉียบพลัน ควรรีบเข้าพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุในทันที ซึ่งจะช่วยให้แพทย์สามารถประเมินสถานการณ์และวางแผนการรักษาที่เหมาะสมได้ เพื่อลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น สิ่งสำคัญที่จะช่วยให้ห่างไกลจากภาวะนี้คือการดูแลรักษาระบบหัวใจและหลอดเลือดให้แข็งแรงสม่ำเสมอ และการเข้ารับการตรวจสุขภาพหัวใจเป็นประจำทุกปี โดยศูนย์หัวใจ โรงพยาบาลนครธน พร้อมให้การดูแลและให้คำปรึกษาเกี่ยวกับปัญหาสุขภาพหัวใจ เพื่อช่วยส่งเสริมสุขภาวะที่ดีให้แก่ผู้รับบริการ ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 02-450-9999 ต่อ 1074-1075
ช่องทางการนัดหมายและสอบถามรายละเอียด
สามารถสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับอาการหลอดเลือดหัวใจตีบหรือจองคิวล่วงหน้าได้ผ่านช่องทางเหล่านี้
- - Facebook Fanpage: Nakornthon Hospital
- - LINE Official: @nakornthon
- - Tel: 02-450-9999 ต่อ 1074-1075
A: หลอดเลือดหัวใจตีบ คือภาวะที่หลอดเลือดแดงที่ไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจเกิดการหนาตัวจากการสะสมของไขมัน จนทำให้รูหลอดเลือดแคบลง ส่งผลให้เลือดไปเลี้ยงหัวใจได้น้อยลง ในขณะที่ภาวะหัวใจวาย มักเกิดจากการที่หลอดเลือดอุดตันโดยสมบูรณ์เฉียบพลัน จนกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดและตายลงในที่สุด ทั้งนี้ โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ ที่ไม่ได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม คือสาเหตุสำคัญที่นำไปสู่ภาวะหัวใจวายได้
A: สามารถเป็นได้ แม้อายุจะยังน้อยแต่หากมีปัจจัยเสี่ยง เช่น การสูบบุหรี่จัด มีภาวะไขมันในเลือดสูง โรคเบาหวาน หรือมีประวัติครอบครัวเป็นเส้นเลือดหัวใจตีบตั้งแต่อายุน้อย ก็มีโอกาสตรวจพบโรคนี้ได้เช่นกัน ดังนั้นการหมั่นสังเกตอาการเบื้องต้น และการตรวจสุขภาพหัวใจประจำปีจึงเป็นสิ่งสำคัญสำหรับทุกวัย
A: มีโอกาสเกิดขึ้นได้ การทำบอลลูนและใส่ขดลวดเพื่อรักษาหลอดเลือดหัวใจตีบเป็นการแก้ไขปัญหาที่จุดอุดตันเดิม แต่หากผู้ป่วยไม่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เช่น ยังคงสูบบุหรี่ หรือไม่ควบคุมระดับไขมันและน้ำตาลในเลือด ก็อาจเกิดการสะสมของไขมันใหม่จนทำให้หลอดเลือดหัวใจตีบซ้ำในจุดเดิมหรือจุดใหม่ได้ แพทย์จึงมักเน้นย้ำให้ปฏิบัติตามแผนการรักษาอย่างเคร่งครัดเพื่อผลลัพธ์ที่ดีในระยะยาว
A: สามารถลดความเสี่ยงในการเกิดโรคได้ด้วยการปรับเปลี่ยนการใช้ชีวิต ดังนี้
- ควบคุมระดับความดันโลหิต ไขมัน และน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ
- งดการสูบบุหรี่โดยเด็ดขาด
- ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอตามคำแนะนำของแพทย์
- เลือกรับประทานอาหารที่มีกากใยสูงและไขมันต่ำ
- ตรวจสมรรถภาพหัวใจเป็นประจำ เพื่อช่วยให้พบความผิดปกติได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น
A: หากพบอาการเจ็บแน่นหน้าอกตรงกลางหรือข้างซ้ายคล้ายถูกทับ หรือปวดร้าวไปถึงกรามและแขน ควรรีบพบแพทย์ทันที โดยเฉพาะหากมีอาการเหงื่อออก หน้ามืด หรือหายใจลำบากร่วมด้วย การเข้ารับการวินิจฉัยและรักษาหลอดเลือดหัวใจตีบอย่างทันท่วงที จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพความปลอดภัยและลดความเสี่ยงภาวะแทรกซ้อนรุนแรง ทั้งนี้ ผลลัพธ์การรักษาขึ้นอยู่กับสภาวะร่างกายและปัจจัยเฉพาะบุคคล