ศูนย์ : ศูนย์หัวใจ
บทความโดย : พญ. พัชรี ภาวศุทธิกุล24 กันยายน 2021

เมื่อไรที่หัวใจเต้นเร็วจนรู้สึกได้ แม้ไม่ได้ทำกิจกรรมใดๆ ไม่มีอาการไข้ การเสียเลือดกะทันหัน หรือออกกำลังกาย อาจบ่งบอกว่าร่างกายของคุณกำลังผิดปกติ หรือเป็นโรคต่างๆ ได้ หากมีอาการหัวใจเต้นเร็วผิดปกติ พร้อมกับอาการใจสั่น หายใจหอบเหนื่อย อ่อนล้า นั้นอาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคหัวใจเต้นผิดจังหวะอยู่ก็เป็นได้ ดังนั้นควรรู้เท่าทันและพบแพทย์เฉพาะทางด้านอายุรศาสตร์โรคหัวใจโดยเร็ว จะได้ดูแลรักษาให้ถูกวิธีก่อนสายเกินไป
สารบัญ
หัวใจปกติ จะเต้นอย่างสม่ำเสมอ ด้วยความเร็วที่เปลี่ยนไปตามกิจกรรมของร่างกาย โดยในขณะพักหัวใจจะเต้นประมาณ 60 -100 ครั้งต่อนาที ในขณะเดินหัวใจจะเต้นเร็วขึ้นประมาณ 100 - 120 ครั้งต่อนาที และมากกว่า 120 ครั้งต่อนาทีในขณะวิ่ง อย่างไรก็ตามนักกีฬาหรือผู้ที่ออกกำลังเป็นประจำ อาจมีชีพจรในขณะพักระหว่าง 50 - 60 ครั้งต่อนาที
ภาวะหัวใจเต้นเร็ว (Tachycardia) คือ การที่หัวใจเต้นเกิน 100 ครั้ง/นาที ซึ่งอาจเกิดจากหัวใจเต้นเร็วขึ้นเองขณะที่ร่างกายมีกิจกรรม เช่น การเล่นกีฬาหรือออกกำลังกาย ทำให้มีเลือดสูบฉีดไปเลี้ยงกล้ามเนื้อมากขึ้น ยิ่งถ้าคนอายุน้อยๆ หัวใจสามารถเต้นเกิน 150 ครั้ง/นาที ก็เป็นได้ แต่โรคหัวใจเต้นเร็วผิดจังหวะ คือ การที่มีวงจรไฟฟ้าหัวใจที่ผิดปกติ บางคนเป็นตั้งแต่เกิดแล้ว แต่ยังไม่แสดงอาการอาจจะแสดงอาการในช่วงวัยรุ่นก็ได้
การที่หัวใจเต้นเร็วสามารถบ่งบอกว่าหัวใจเต้นผิดจังหวะได้ หากมีอัตราการเต้นของหัวใจเกิน 100 ครั้งต่อนาที และ/หรือมีการเต้นผิดจังหวะร่วมด้วย ได้แก่
การเกิดภาวะหัวใจเต้นเร็วกว่าปกติ เป็นเพราะมีปัจจัยบางอย่างรบกวนการส่งสัญญาณไฟฟ้า โดยปัจจัยที่ไปรบกวนการส่งสัญญาณไฟฟ้า อาจเกิดได้ดังนี้
อาการหัวใจเต้นเร็ว สามารถแบ่งออกเป็น 2 แบบตามความรุนแรง ได้แก่ อาการไม่รุนแรง เช่น ใจสั่นแบบทันทีทันใด ใจหวิว มึนงง อาจมีอาการแน่นหน้าอก หรือจุกบริเวณลำคอ มีอาการเกิดขึ้นภายในไม่กี่นาทีและสามารถหายได้เอง และ อาการแบบรุนแรง โดยจะมีภาวะหัวใจเต้นเร็วนานหลายนาที หรือหลายชั่วโมง บางรายมีอาการหน้ามืด เป็นลม หมดสติ หัวใจวาย หรือเสียชีวิตทันที
การจะรู้ว่าเรามีหัวใจเต้นเร็วหรือไม่นั้น แพทย์จะวินิจฉัยจากอาการของผู้ป่วย ประวัติทางการแพทย์ และการตรวจร่างกาย เพื่อตรวจสอบจังหวะการเต้นของหัวใจเบื้องต้น หรืออาจทดสอบเพื่อหาปัจจัยที่กระตุ้นให้เกิดภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ โดยแพทย์อาจมีแนวทางในการวินิจฉัยการตรวจคัดกรองเพิ่มเติมด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์ ดังนี้
แพทย์จะพิจารณาตามสาเหตุ อาการ ตำแหน่ง และความรุนแรงของโรค โดยภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะบางชนิดอาจไม่ต้องทำการรักษา แต่ในบางชนิดที่ต้องทำการรักษาจะมีทางเลือกในการรักษา ดังนี้
แม้ว่าการป้องกันการเกิดหัวใจเต้นเร็วเป็นเรื่องที่ยาก โดยเฉพาะผู้ป่วยที่เป็นหัวใจเต้นเร็วจากโรคหัวใจ อย่างไรก็ตาม ยังพอมีวิธีที่จะช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดหัวใจเต้นเร็วจากโรคหัวใจให้น้อยลง ด้วยการดูแลสุขภาพหัวใจให้แข็งแรง และงดเหล้า งดสูบบุหรี่ ตลอดจนความเครียดถือเป็นสาเหตุบั่นทอนความปกติของหัวใจได้