ศูนย์ : ศูนย์หัวใจ
บทความโดย : นพ. ศิรพัชร์ พูนวุฒิกุล8 มีนาคม 2022

บอลลูนหัวใจ หรือ การขยายหลอดเลือดหัวใจด้วยบอลลูน (Balloon Angioplasty) ร่วมกับการใส่ขดลวด (Stent) เป็นการรักษาผู้ป่วยโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ ซึ่งเป็นภาวะที่หลอดเลือดแดงที่นำเลือดไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจเกิดการอุดตันหรือตีบแคบลง ส่งผลให้เกิดอาการเจ็บหน้าอก เหนื่อยหอบ และอาจนำไปสู่ภาวะหัวใจวายเฉียบพลันได้ โดยการรักษาด้วยบอลลูนหัวใจเป็นการรักษาแบบรุกล้ำน้อยที่ช่วยเปิดหลอดเลือดที่ตีบตัน ทำให้เลือดสามารถไหลเวียนไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจได้ดีขึ้น ผู้ป่วยฟื้นตัวในระยะสั้น ช่วยบรรเทาอาการและลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อนร้ายแรง
สารบัญ
บอลลูนหัวใจ หรือ การขยายหลอดเลือดหัวใจด้วยบอลลูน Balloon Angioplasty คือ หนึ่งในวิธีการรักษาผู้ป่วยโรคหลอดเลือดหัวใจตีบโดยไม่ต้องใช้การผ่าตัด เป็นการขยายหลอดเลือดหัวใจให้กว้างขึ้น ด้วยการสอดสายสวนหัวใจ ซึ่งเป็นท่ออ่อนที่มีบอลลูนขนาดจิ๋วอยู่ตรงปลายเข้าไปทางหลอดเลือดที่บริเวณขาหนีบ หรือข้อมือ เมื่อถึงบริเวณที่หลอดเลือดตีบจึงต่อสายบอลลูนเข้ากับเครื่องมือที่อยู่ภายนอกร่างกาย เพื่อดันให้บอลลูนขยายออก เบียดคราบไขมัน คราบหินปูนที่เกาะอยู่ที่ผนังหลอดเลือดให้ยุบแบนลงและขยายหลอดเลือดให้กว้างออก เพื่อให้เลือดไหลไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจได้ดีอีกครั้ง
ทั้งนี้การทำบอลลูนหัวใจ แพทย์อาจพิจารณาใส่ขดลวด (stent) ที่มีลักษณะเป็นโครงตาข่าย เข้าไปค้ำยันยึดติดกับผนังหลอดเลือดที่ตีบ เพื่อเสริมความแข็งแรงในการขยายหลอดเลือดหัวใจในตำแหน่งที่ทำการขยายบอลลูนร่วมด้วย ซึ่งจะให้ผลการรักษาที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ในบางกรณีอาจมีการนำขดลวดที่เคลือบด้วยยามาใช้แทนขดลวดธรรมดา เพื่อป้องกันการตีบซ้ำของหลอดเลือดหัวใจเมื่อเวลาผ่านไป
การทำบอลลูนหัวใจจะช่วยดันไขมันที่อุดตันหลอดเลือดอยู่ให้ไปชิดผนังหลอดเลือด ทำให้เลือดสามารถไหลผ่านจุดที่เคยตีบได้สะดวกขึ้น ลดความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันจากหลอดเลือดหัวใจอุดตันได้ โอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนต่ำกว่าการผ่าตัดบายพาส เพราะไม่ต้องทำการผ่าตัดและดมยาสลบ นอกจากนี้หลังการทําบอลลูนหัวใจ พักฟื้นกี่วัน โดยใช้เวลาเฉลี่ย 1-2 วัน ก็สามารถกลับไปใช้ชีวิตได้เป็นปกติ โดยไม่ต้องกังวลกับอาการภาวะหัวใจขาดเลือด สามารถทำซ้ำได้หลายครั้ง ในกรณีที่หลอดเลือดหัวใจตีบแคบลงอีกในอนาคต แต่หากผู้ป่วยที่มีหลอดเลือดตีบหลายเส้นหรือมีโรคร่วมอื่น เช่น หัวใจเต้นผิดจังหวะ ลิ้นหัวใจรั่ว เป็นต้น แพทย์อาจพิจารณาการรักษาด้วยวิธีบายพาสหัวใจ
การเตรียมตัวก่อน การทําบอลลูนหัวใจ คือ
การทําบอลลูนหัวใจ ผลข้างเคียง หรือมีความเสี่ยงน้อยเพียง 1% แต่ยังคงมีความเสี่ยงของการทำบอลลูนหัวใจอยู่บ้าง โดยภาวะเสี่ยงของการทำบอลลูนหัวใจอาจมีดังต่อไปนี้
อย่างไรก็ตาม การทำบอลลูนหัวใจภายใต้ความดูแลของแพทย์เฉพาะทาง ร่วมกับการปฏิบัติตัวตามที่แพทย์แนะนำก็จะช่วยลดความเสี่ยงดังกล่าวได้ นอกจากนี้ ทางศูนย์หัวใจ โรงพยาบาลนครธน ยังเพิ่มประสิทธิภาพด้วยการนำเครื่องเอกซเรย์สำหรับตรวจวินิจฉัยและรักษาโรคหลอดเลือดชนิดสองระนาบ หรือ ไบเพลน (Biplane DSA) มาช่วยในการตรวจและรักษาโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ ตัน ช่วยให้ภาพที่ได้ออกมามีความคมชัด ช่วยให้แพทย์มองเห็นสายสวนหลอดเลือดที่ขนาดเล็กมากได้อย่างชัดเจน ทำให้สามารถรักษาโรคหลอดเลือดหัวใจที่มีความซับซ้อนและคดเคี้ยวได้ สำหรับผู้ที่สนใจหรือมีข้อมูลที่อยากสอบถามเพิ่มเติม ในเรื่องเกี่ยวกับการทำบอลลูนหัวใจ ทางศูนย์หัวใจ โรงพยาบาลนครธน มีความพร้อม และมีบุคลากรทีมแพทย์เฉพาะทางไว้รองรับ และคอยช่วยเหลือให้คำปรึกษา สามารถติดต่อสอบถามเพิ่มเติมก่อนได้ตามข้อมูลที่ให้ไว้ได้เลย
ช่องทางติดต่อโรงพยาบาลนครธน:
- - Website : https://www.nakornthon.com
- - Facebook : Nakornthon Hospital
- - Line : @nakornthon
- - Tel: 02-450-9999 (ตลอด 24 ชั่วโมง)